เทคโนโลยี Archives - Bolttech Blog - News & Updates Bolttech Blog - News & Updates Wed, 19 Jul 2023 08:14:00 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.0.3 https://www.bolttech.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/02/favicon.ico เทคโนโลยี Archives - Bolttech Blog - News & Updates 32 32 ซื้อของออนไลน์อย่างไรให้ปลอดภัย วิธีจับ “มิจฉาชีพ” ออนไลน์ https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a-%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%b5%e0%b8%9e-%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%a5%e0%b8%99%e0%b9%8c?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a-%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%258a%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%259e-%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%258c Wed, 01 Jul 2020 03:00:02 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=12195 ด้วยความสะดวกของโลก Online เราแทบจะทำทุกอย่างได้ผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งซื้อของ ขายของ จองตั๋ว ไปจนถึงพบปะผู้คนมากมายทั่วโลก แต่ด้วยความสะดวกนี้เอง ทำให้เป็นช่องทางของ “มิจฉาชีพ” หรือ สแกมเมอร์ ที่จะเข้ามาหลอกลวงและเอาผลประโยชน์จากเรา ทั้ง หลอกขายของปลอม หลอกให้โอนเงิน พยายามล้วงข้อมูลส่วนตัว ทั้งเลขบัตรประชาชน บัญชีธนาคา

The post ซื้อของออนไลน์อย่างไรให้ปลอดภัย วิธีจับ “มิจฉาชีพ” ออนไลน์ appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
ด้วยความสะดวกของโลก Online เราแทบจะทำทุกอย่างได้ผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งซื้อของ ขายของ จองตั๋ว ไปจนถึงพบปะผู้คนมากมายทั่วโลก แต่ด้วยความสะดวกนี้เอง ทำให้เป็นช่องทางของ “มิจฉาชีพ” หรือ สแกมเมอร์ ที่จะเข้ามาหลอกลวงและเอาผลประโยชน์จากเรา ทั้ง หลอกขายของปลอม หลอกให้โอนเงิน พยายามล้วงข้อมูลส่วนตัว ทั้งเลขบัตรประชาชน บัญชีธนาคาร ซึ่งนับวัน เจ้าพวกมิจฉาชีพนี้ก็ฉลาดขึ้นๆ หาทางมาหลอกได้ตลอด งั้นวันนี้ เพนกวินแฟรงค์จะขอแนะนำวิธีดูเหล่า มิจฉาชีพออนไลน์ รู้ไว้จะได้ไม่ถูกหลอก

1. มิจฉาชีพ มักจะใช้ภาพโปรไฟล์ปลอม


ข้อนี้เป็นข้อพื้นฐานเลยครับ เนื่องจากเจ้ามิจฉาชีพออนไลน์ต้องพยายามปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเองทำให้เหล่ามิจฉาชีพมักจะใช้ภาพโปรไฟล์ปลอมในการสร้างบัญชีมาหลอกล่อเรา ซึ่ง “รูปโปรไฟล์” คือตัวจับผิดชั้นดีเลยครับ ให้เราดูที่ภาพโปรไฟล์ ถ้าพบว่าเป็นภาพการ์ตูน หรือภาพวิว ภาพดารา หมา แมว ฯลฯ ให้สงสัยไว้ก่อนเลยครับว่าเป็นมิจฉาชีพ หรือจะให้ชัวร์ ให้นำภาพโปรไฟล์ที่เราสงสัยไปค้นหาที่ https://images.google.com/ ถ้าพบว่ามีภาพเดียวกันจากที่อื่นแสดงว่าภาพที่คุณเห็นถูกก็อปมา ที่นี้ก็มั่นใจได้เลยครับ “โจร”

2. มิจฉาชีพ มักจะหลอกว่าเป็นคนจากองค์กรสำคัญ


ข้อนี้เป็นวิธีที่มิจฉาชีพใช้หากินได้ทั้งทางออนไลน์และทางโทรศัพท์เลยครับ โดยเหล่ามิจฉาชีพจะใช้วิธีปลอมบัญชีและอ้างตัวว่ามาจากองค์กรสำคัญๆ เช่น ธนาคาร ศาล หรือตำรวจ และพยายามพูดให้เราบอกข้อมูลส่วนตัวของตัวเอง ให้โอนเงิน หรือเสนอขายสินค้าให้เรา ถ้าเราไม่ยอม ก็จะขู่ว่าจะโดนฟ้อง และต้องเสียค่าปรับจำนวนมาก ถ้ามาแนวนี้ มั่นใจได้เลยครับว่าโจรแน่ เพราะหน่วยงานเหล่านี้เขาจะมีวิธีในการติดต่อเราแบบถูกกฎหมาย และไม่มีนโยบายในการขอข้อมูลของเรา ดังนั้น เรา ห้าม โอน เงิน หรือ บอก ข้อมูล ส่วน บุคคล นะครับ

3. มิจฉาชีพ จะบ่ายเบี่ยงเมื่อเราขอข้อมูล


จำไว้เลยนะครับ ทองแท้ไม่แพ้ไฟ ถ้าโดนไฟแล้วลอกนั่นคือทองปลอม เหมือนกันกับเหล่ามิจฉาชีพนั่นล่ะครับ ที่เมื่อเราพยายามสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมแล้วจะพยายามบ่ายเบี่ยง เฉไฉ ไม่ยอมให้ข้อมูล เช่น เมื่อเราขอดูภาพสินค้าเพิ่มเติม กลับส่งภาพเดิมมาให้ เมื่อเราถามเลขที่พนักงานกลับไม่ยอมบอก ไม่ยอมนัดรับสินค้า หรือเก็บเงินปลายทาง บ่ายเบี่ยงว่าไม่มีของอยู่กับตัว หรือจำไม่ได้ แบบนี้ ทองปลอมแน่ มิจฉาชีพชัวร์ เซกู๊ดบายให้ไวเลยครับ

4. มิจฉาชีพจะให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน


ข้อนี้เป็นไม้เด็ดที่เราใช้จับมิจฉาชีพเลยครับ เนื่องจากมิจฉาชีพไม่ได้มีสินค้า หรือเป็นเจ้าของสินค้านั้นจริงๆ เวลาเราสอบถามข้อมูล มิจฉาชีพก็จะให้ข้อมูลที่วกไปวนมา และขัดแย้งกันเอง เช่น ขายกล้องรุ่นนึง แต่ในรายละเอียดเป็นอีกรุ่นนึง คุยกับเราเป็นอีกรุ่นนึง หรือ ชื่อเฟสเป็นคนนึง แต่ชื่อในบัญชีธนาคารเป็นอีกคนนึง ถ้ามาแนวนี้ ตีไว้ก่อนเลยครับว่า มิจฉาชีพออนไลน์แน่ๆ

5. มิจฉาชีพ จะเสนอของถูกเกินจริง


ใครๆ ก็ชอบของถูก แต่อย่าลืมว่า ของถูกไป ก็ใช่ว่าจะดีจริงเพราะ มิจฉาชีพมักจะใช้ราคาสินค้าที่ถูกกว่าในท้องตลาดมาหลอกล่อให้คนอยากได้ ดังนั้น ถ้าเราเจอคนขายที่นำเสนอสินค้าที่ราคาถูกเกินไป หรือยอมลดราคาให้ง่าย ๆ ให้เรายั้งใจไว้นิดนึง และพยายามขอดูรายละเอียดของสินค้าและผู้ขายอีกนิด ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนแย่งตัดหน้า กลัวว่าจะโดนหลอกดีกว่าครับ ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ ก็ยอมตัดใจ ไปซื้อกับคนที่มีเครดิต มั่นใจได้ดีกว่า แม้จะแพงกว่าก็ยอมเถอะครับ เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย
และนี่ก็คือทริคจับมิจฉาชีพออนไลน์ง่าย ๆ ที่แฟรงค์นำมาเสนอ การซื้อของออนไลน์แม้จะง่าย รวดเร็ว แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะโดนคนไม่หวังดีเข้ามาฉกฉวยเอาผลประโยชน์ ดังนั้น เราควรเสริมเกราะป้องกันให้ตัวเอง ไม่ถูกหลอกง่าย ๆ นะครับ โดยเฉพาะกับสินค้าหรือบริการที่สำคัญ เช่น ประกันรถยนต์ ประกันมอไซค์ เราควรเลือกซื้อกับเจ้าที่เชื่อถือได้ อย่าง Frank.co.th นะครับ รับรองว่ามั่นใจ ได้กรมธรรม์แน่นอน

The post ซื้อของออนไลน์อย่างไรให้ปลอดภัย วิธีจับ “มิจฉาชีพ” ออนไลน์ appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
หรือ AI คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์อายุยืนยิ่งขึ้น https://www.bolttech.co.th/blog/ai%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b8%e0%b8%a9%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%b7%e0%b8%99?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=ai%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%2599 Sat, 31 Aug 2019 02:36:35 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=7328 เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงได้ยินคำว่า AI (Artificial Intelligence) หรือชื่อไทยเก๋ๆ ว่า ปัญญาประดิษฐ์ กันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ หลายคนบอกว่า AI ว่ามีข้อดีอย่างนั้น ฉลาดอย่างนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงครับ AI นั้นฉลาดมาก และฉลาดขึ้นทุกวัน ทำให้ทุกวันนี้ มีการใช้ AI ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ คาดการกันว่

The post หรือ AI คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์อายุยืนยิ่งขึ้น appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงได้ยินคำว่า AI (Artificial Intelligence) หรือชื่อไทยเก๋ๆ ว่า ปัญญาประดิษฐ์ กันมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ หลายคนบอกว่า AI ว่ามีข้อดีอย่างนั้น ฉลาดอย่างนี้ ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงครับ AI นั้นฉลาดมาก และฉลาดขึ้นทุกวัน ทำให้ทุกวันนี้ มีการใช้ AI ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ คาดการกันว่า AI จะทำให้มนุษย์อายุยืนเพิ่มขึ้น 20 ปี 
ว้าว! เยี่ยมไปเลยใช่ไหมครับ แต่ ทำไม AI คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์อายุยืนยิ่งขึ้น ตามเพนกวิน Frank ไปหาคำตอบกันเลย

AI จะทำให้เกิดการค้นพบยาใหม่ๆ

AI คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์อายุยืนยิ่งขึ้น
แน่นอนครับว่าหาก AI จะทำให้มนุษย์อายุยืนยิ่งขึ้น ก็ต้องเอาชนะ โรคร้าย ที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของมนุษย์ให้ได้ก่อน โดยเชื้อโรคร้าย ไวรัส หรืออื่นๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคร้ายนั้นจะมีโครงสร้างที่ซับซ้อนมาก ๆ ครับ และการคิดค้นยารักษาก็ยากมากกว่านั้นอีก โดยข้อดีของ AI คือมีข้อมูลมหาศาลและการประมวลผลที่รวดเร็วกว่ามนุษย์ ทำให้สามารถทำการคำนวณและทดลองสูตรยาใหม่ ๆ ได้รวดเร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า แถมยังสามารถวิเคราะห์ผลข้างเคียงของการใช้ยาได้แม่นยำอีกด้วย

นอกจากที่ AI จะทำให้เกิดการค้นพบยาใหม่ ๆ แล้ว ยังสามารถใช้ในการตรวจจับและวินิจฉัยโรคได้อีกด้วยครับ จากรายงานของหนังสือ Nature Medicine ได้มีการทดลองใช้ AI ตรวจหาจุดมะเร็งในปอด ซึ่งผลออกมาพบว่า AI สามารถวินิจฉัยได้แม่นยำเทียบเท่านักรังสีวิทยาที่เชี่ยวชาญเลย นอกจากนั้นการนำ AI รวมเข้ากับอุปกรณ์ เช่น เครื่องวัดความดัน อุปกรณ์ตรวจโรค หรือแม้แต่สมาร์ทวอทช์ ยังทำให้การตรวจหาโรคนั้นทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ซึ่งข้อดีของการใช้ AI ในการตรวจหาโรคจะช่วยลดต้นทุน และทำให้ผู้ป่วยสามารถรับการรักษาได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพิ่มโอกาสในการหายจากโรคได้มากเลยล่ะครับ

AI จะทำงานอันตรายแทนมนุษย์

AI คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์อายุยืนยิ่งขึ้น
ชีวิตของคนเราจะปลอดภัยมากยิ่งขึ้น หลายคนคงได้ยินว่า AI จะเข้ามาแย่งงานมนุษย์ใช่ไหมครับ ซึ่งงานที่ AI จะเข้ามาทำแทนมนุษย์เป็นอันดับแรกก็คือ “งานอันตราย” โดยงานอันตรายในที่นี้ คืองานที่ทำในสภาพแวดล้อมที่มีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพ เช่น งานเหมือง งานก่อสร้าง งานที่ต้องทำกับเครื่องจักรขนาดใหญ่ งานดับเพลิง กู้ภัย เป็นต้น อย่างที่เราเห็นว่าทุกวันนี้มีการพัฒนา หุ่นยนต์กู้ภัย ที่สามารถวางแผนหาเส้นทาง และเข้าไปช่วยเหลือในที่ ๆ มนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่นใต้ซากปรักหักพัง ในพื้นที่ปนเปื้อนรังสี ใต้ทะเลลึก หรือจะเป็นการใช้ AI ในการช่วยวางแผนป้องกันอุบัติเหตุระหว่างทำงาน เช่น หาก AI พบว่าเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรมมีโอกาสที่จะทำงานผิดพลาด จนอาจเกิดอันตรายแก่มนุษย์ AI ก็สามารถแจ้งเตือนหรือปิดการทำงานของเครื่องจักร ซึ่งทำให้มนุษย์ปลอดภัยในการทำงาน ลดอาการเจ็บป่วยจากการทำงานมากยิ่งขึ้น

AI จะเข้ามาดูแลชีวิตประจำวัน

AI คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์อายุยืนยิ่งขึ้น
AI นั้นอัจฉริยะมาก ๆ ครับ และ AI ก็เข้ามาทำให้ทุกอย่างอัจฉริยะขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพที่ใกล้ตัวอย่าง นาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch) ที่มีฟังก์ชันในการดูแลสุขภาพ ทั้งวัดชีพจร วัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เตือนรอบประจำเดือน หรือจะใหญ่กว่านั้น อย่าง บ้านอัจฉริยะ (Smart Home) นั่นเอง ที่เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างภายในบ้าน ถูกควบคุมด้วย AI ประโยชน์ก็อย่างเช่น เจ้าของบ้านจะสามารถสั่ง เปิด ปิด ไฟได้โดยไม่ต้องเดินไปที่สวิตช์ เพียงแค่สั่งการด้วยเสียง หรือใช้เซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว ลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุภายในบ้านได้

ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่งของเจ้าของบ้านได้นะครับ AI ยังสามารถคิดได้เองเพื่อดูแลคุณภาพชีวิตของเจ้าของบ้าน เช่นควบคุมเครื่องปรับอากาศเพื่อให้อุณหภูมิภายในบ้านให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ดีต่อสุขภาพ ล้ำไปกว่านั้นนะครับ AI สามารถวิเคราะห์และคาดการณ์เหตุการณ์ได้ เช่น หาก AI พบว่า มีผู้สูงอายุเข้าไปในห้องน้ำนานกว่าปกติ AI สามารถคาดการณ์ได้ว่าผู้สูงอายุอาจเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มในห้องน้ำ และจะทำการแจ้งไปยังคนในครอบครัว หรือเบอร์ฉุกเฉินให้อัตโนมัติ ทำให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้โดยลำพังอย่างปลอดภัย แถมมีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีอีกด้วย

AI ทำให้การเดินทางปลอดภัย

AI คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์อายุยืนยิ่งขึ้น
รู้หรือไม่ครับ ว่าอุบัติเหตุบนท้องถนน คือสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก จากรายงานขององค์กรอนามัยโลก แต่ละปี มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนกว่า 1.35 ล้านคน ยิ่งในประเทศไทย ก็มีอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นทุกวัน ทั้งรถชนรถ รถชนมอไซค์ รถชนคน โดยเฉลี่ยแล้ว มีคนไทยเสียชีวิตจากการเดินทางบนท้องถนนถึง 24,000 คนต่อปี หรือ 66 คนต่อวันเลยทีเดียว

ด้วยเหตุนี้ ทำให้ นี่ถือว่าเป็นจุดเด่นที่เห็นภาพชัดที่สุดของ AI ในชีวิตประจำวันเลยครับ เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเห็นข่าว รถยนต์ไร้คนขับ กันมาบ้าง การที่รถยนต์สามารถขับเคลื่อนได้เองอย่างปลอดภัยนั้น ก็เพราะมี AI สั่งการควบคุมนั่นเองครับ ซึ่ง AI จะทำงานร่วมกันกับเซนเซอร์รอบคันรถ เพื่อตรวจดูสภาพการจราจร ความเร็วของรถโดยรอบ เส้นถนน เพื่อวางแผนและควบคุมให้รถวิ่งอย่างปลอดภัย โดยความฉลาดของ AI นั้นถึงขนาดสามารถคาดการณ์อุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้าได้เลย โดยดูจากความเร็วของรถคันอื่น ทิศทางการขับขี่และคำนวนความเสี่ยงขึ้นมา พร้อมทั้งสั่งการให้รถของเราหยุดทันก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นอีกด้วยครับ โดยคาดกันว่า หากเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับนี้สมบูรณ์และใช้กันอย่างแพร่หลาย อุบัติเหตุบนท้องถนนจะลดลงเกิน 90% อย่างแน่นอน

และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไม AI คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์อายุยืนยิ่งขึ้น ต้องยอมรับนะครับว่า AI นั้นฉลาดอย่างมาก และเพนกวิน Frank เชื่อเหลือเกิน ว่าไม่นาน AI จะเข้ามาดูแลชีวิตของเราอย่างแน่นอน แต่ถึง AI จะฉลาดแค่ไหน แต่หากเราไม่ระมัดระวัง อุบัติเหตุก็เกิดขึ้นได้อยู่ดี ดังนั้น ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังกันด้วยนะครับ และถ้าจะให้ดีที่สุด ก็ซื้อประกันอุบัติเหตุกับ frank.co.th ไว้เพื่อดูแลหากเกิดเหตุไม่คาดฝันด้วยนะครับ ดูแลดี รู้ใจ รักคุณยิ่งกว่าใคร Frank ไงจะใครล่ะ รักน้า!
ซื้อประกันออนไลน์

The post หรือ AI คือสิ่งที่ทำให้มนุษย์อายุยืนยิ่งขึ้น appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
ใบขับขี่ดิจิทัลแทนใบขับขี่จริงได้หรอ? https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%a5?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a5 Fri, 23 Aug 2019 09:14:51 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=7908 หลังจากที่ได้ติว ข้อสอบใบขับขี่สำหรับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ เสร็จแล้ว มีอีกข่าวดี สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน !! เพราะล่าสุดกรมการขนส่งทางบกเปิดโอกาสให้ใช้ใบขับขี่ดิจิทัลยื่นแทนใบขับขี่จริงได้แล้ว เพียงแค่คุณโหลดแอปใบขับขี่ดิจิทัลที่ชื่อว่า “DLT QR LICENCE” พร้อมลงทะเบียนใบขับขี่ดิจิทัลง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น เราก็จะมี

The post ใบขับขี่ดิจิทัลแทนใบขับขี่จริงได้หรอ? appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
หลังจากที่ได้ติว ข้อสอบใบขับขี่สำหรับรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ เสร็จแล้ว มีอีกข่าวดี สำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน !! เพราะล่าสุดกรมการขนส่งทางบกเปิดโอกาสให้ใช้ใบขับขี่ดิจิทัลยื่นแทนใบขับขี่จริงได้แล้ว เพียงแค่คุณโหลดแอปใบขับขี่ดิจิทัลที่ชื่อว่า “DLT QR LICENCE” พร้อมลงทะเบียนใบขับขี่ดิจิทัลง่ายๆ ไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้น เราก็จะมีข้อมูลใบขับขี่ทั้งหมดของเราอยู่ในมือถือ เสมือนใบขับขี่ตัวจริงเลยครับ โดยไม่ต้องพกพาให้ยุ่งยาก แถมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพิ่มเติม แล้วเราจะต้องสมัครอย่างไร มีเงื่อนไขอะไรบ้าง เราลองมาดูกันเถอะ

ใบขับขี่ดิจิทัล “DLT QR LICENCE” คืออะไร?

สำหรับแอปพลิเคชันใบขับขี่ดิจิทัล ที่มีชื่อเรียกกันว่า “DLT QR LICENCE” ก็คือ แอปแสดงใบขับขี่ดิจิทัลผ่านสมาร์ทโฟนของเรา กล่าวคือมีหน้าตา มีข้อมูลเหมือนใบขับขี่ตัวจริงเป๊ะทุกอย่าง เพียงแต่ปรับเปลี่ยนมาอยู่ในมือถือแทนเท่านั้น โดยกรมขนส่งทางบกได้ประกาศให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 15 มกราคม 2562 เป็นต้นไป  สามารถใช้ได้ทั้งระบบ IOS และ Android จึงตอบโจทย์การใช้ขีวิตของคนรุ่นใหม่อย่างยุค 4.0 ได้อย่างสบาย 

วิธีการลงทะเบียนใบขับขี่ดิจิทัลทำยังไง

อยากมีไว้ครอบครองกันแล้วสิครับ อิอิ สำหรับใบขับขี่ดิจิทัลต้อนรับยุค Thailand 4.0 แฟรงค์ได้เตรียมขั้นตอนในการลงทะเบียนใบขับขี่ดิจิทัลที่ง่ายสุด ๆ ทำไม่กี่นาทีก็มีใบขับขี่ดิจิทัลแล้ว เพียงแค่เรามีมือถือและใบขับขี่ตัวจริงเตรียมไว้ข้างกาย พร้อมกับโหลดแอปใบขับขี่ดิจิทัล  และขอย้ำอีกครั้งว่า ฟรี! ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมแล้วมาทำตาม 6 ขั้นตอนที่เพนกวิน Frank แนะนำตามนี้
1. โหลดแอปพลิเคชัน  DLT QR LICENCE เริ่มทำใบขับขี่ดิจิทัลเลย สามารถใช้ได้ทั้งระบบ iOS และ Android
2. หลังจากโหลดเสร็จเปิด App ครับ พร้อมกับลงทะเบียนโดยกรอกข้อมูลเลขบัตรประชาชนของเรา กับอีเมลส่วนตัวให้เรียบร้อย
3. ระบบจะส่งรหัส OTP เข้าทางอีเมลที่คุณกรอกไว้ ให้คุณนำรหัสกรอกใส่ช่องว่างแล้วกดตกลง
4. หลังจากนั้นทำการตั้งรหัสผ่าน 6 หลัก (ที่คุณจำได้) เพื่อเข้าสู่ระบบล็อกอินใบขับขี่ดิจิทัล
5. หยิบใบขับขี่ตัวจริง ขึ้นมาเพื่อสแกน QR Code จากด้านหลัง
6. กลับเข้าสู่หน้าเมนู คุณก็จะได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์เสมือนจริงไว้ในมือถือ!
กรณีที่ลงทะเบียนผ่าน App นี้จะต้องใช้ QR Code สำหรับใบขับขี่รถยนต์เท่านั้น หากใครที่ยังไม่มีใบขับขี่จะต้องสอบใบขับขี่ให้ผ่านก่อนนะจ้ะ จึงสามารถลงทะเบียนใบขับขี่ดิจิทัลได้ 

แอป DLT QR LICENCE มีไรน่าสนใจบ้าง?

ใบขับขี่ดิจิทัล
นอกจาก DLT QR LICENCE จะเป็นแอปใบขับขี่ดิจิทัลแล้ว หลังจากคุณเข้าสู่ระบบ (ลงทะเบียนแล้ว) จะมีหน้าหลักและข้อมูลอื่น ๆ ให้เราสามารถคลิกอ่านดูข้อมูลได้เช่นกันเราลองมาดูพร้อมกันเลยครับ

  • ข้อมูลใบอนุญาต ก็คือใบอนุญาตขับรถเสมือนจริง แสดงผลข้อมูลทั้งด้านหน้าและด้านหลัง อีกทั้งมี QR Code ใบขับขี่ให้แสกนด้วยครับ ใช้ตรงนี้ยื่นให้เจ้าหน้าที่ดูแทนใบขับขี่ตัวจริงได้
  • ข้อมูลส่วนบุคคล จะแสดงข้อมูลของเรา เช่น กรุ๊ปเลือด ประวัติการแพ้ยา โรคประจำตัว สถานพยาบาลหลัก ข้อมูลผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน สิทธิการรักษาพยาบาล และการบริจาคอวัยวะ เป็นต้น ถือเป็นฟังก์ชันสำคัญมากเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทางเจ้าหน้าที่จะได้ทราบข้อมูลของคุณเบื้องต้นนั่นเอง
  • แชร์เส้นทางการเดินทาง เป็นการแจ้งพิกัดพร้อมหมายเลขทะเบียนของรถสาธารณะ (Taxi) หรือรถโดยสาธารณะใก้แก่บุคคลที่ต้องการทราบ และติดตามตัวคุณได้ หากต้องการความช่วยเเหลือฉุกเฉิน
  • SOS ขอความช่วยเหลือ สำหรับกดปุ่มเพื่อแจ้งเหตุไปยังหมายเลขผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน สามารถแจ้งผ่านเบอร์โทรศัพท์ หรือ SMS ที่ระบุปลายทางผู้รับสายได้ครับ
  • ข้อมูลข่าวสาร ส่วนนี้จะเป็นเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก เราก็สามารถรับรู้ข่าวประชาสัมพันธ์จากทางการได้ง่ายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัสเท่านั้น

ประโยชน์ที่ได้รับหลังจากลงทะเบียนใบขับขี่ดิจิตอล

  • เราสามารถแสดงใบขับขี่อิเล็กทรอนิกส์บนมือถือ ให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเบื้องต้น และช่วยแก้ปัญหาการลืมใบขับขี่ได้ แต่ถ้าแบตมือถือหมดแอปนี้ก็ช่วยไม่ได้นะครับ
  • ช่วยเตือนกรณีใบขับขี่ของคุณกำลังจะหมดอายุ ก็จะมีระบบแจ้งเตือนการต่อใบอนญาตขับรถล่วงหน้าให้อีกด้วยนะ
  • หากประสบอุบัติเหตุ หรือเกิดเหตุฉุกเฉิน ก็จะแสดงข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการแพทย์ เช่น ประวัติการแพ้ยา กรุ๊ปเลือด โรคประจำตัว สิทธิการเข้ารับการรักษาพยาบาล ชื่อผู้ติดต่อกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เป็นต้น เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ช่วยเหลือทันทีหากเกิดเหตุร้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะสามารถติดต่อกับทางครอบครัวได้ทันที
  • ปลอดภัยด้วยการแจ้งพิกัด เพราะมีส่วนแชร์เส้นทางพร้อมหมายเลขทะเบียนของผู้ถือใบขับขี่อีกด้วย จึงทำให้เจ้าหน้าที่ประสานงานช่วยเหลือได้สะดวกมากขึ้น
  • ช่วยเป็นประโยชน์ในการทราบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ จากกรมทางขนส่งทางบก เลยทำให้รู้ประเด็นข่าวสารได้เร็วก่อนใคร หรือจะติดตามข่าวสารและเคล็ดลับต่าง ๆ บนเว็บไซต์ frank.co.th ก็ได้ครับ เพราะเราก็เป็นประกันภัยที่รวดเร็วเช่นกัน อิอิ 

ใบขับขี่ดิจิทัล

หากใบขับขี่ไม่มี QR Code จะต้องทำยังไงล่ะ?

สำหรับกรณีที่ใช้ใบขับขี่ไม่มี QR Code (กระดาษแบบเก่า) แล้วต้องการเปลี่ยนใบขับขี่ที่มี QR Code (พลาสติกเคลือบแบบใหม่) สามารถติดต่อได้ที่กรมการขนส่งทางบกสาขาใกล้บ้านเลยครับ ซึ่งจะมีค่าธรรมเนียมและค่าคำขอตามตามปกติ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก 100 บาท  หมดห่วงเรื่องใบขับขี่ไม่มี QR Code เลยครับ เนื่องจากเป็นการดำเนินการเองโดยกรมการขนส่งทางบก ทำให้ใบขับขี่แบบใหม่มีความปลอดภัยต่อการใช้งานมากขึ้น สามารถเก็บข้อมูลส่วนบุคคล และแสกนคิวอาร์โค้ดด้านหลังใบขับขี่ได้ด้วย
ใบขับขี่ดิจิทัล
เป็นยังไงบ้างครับ? เพียงแค่คุณสมัครไม่กี่ขั้นตอน ก็จะมีข้อมูลใบขับขี่ทั้งหมดอยู่ในมือถือของคุณ แถมยังมี QR Code ใบขับขี่ให้แสกนอีกด้วย จึงทำให้คุณสะดวกสบายมากขึ้น ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ได้ดีเลยครับ แต่ถึงกรมการขนส่งทางบกจะออกประกาศรับรองใบขับขี่ดิจิตอลแล้ว แนะนำให้เราพกใบขับขี่ตัวจริงไปก่อนนะครับ เผื่อแบตหมด หรือเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา  และเพื่อความสบายใจของเราเองเช่นกัน
และสำคัญหากประกันกำลังจะขาดต่อ !! อย่าลืมซื้อประกันรถยนต์ไว้ดูแลชีวิตและทรัพย์สินของคุณ หรือจะซื้อประกันรถจักรยานยนต์ กับ frank.co.th ให้ช่วยดูแลทุกการเดินทางของคุณกันด้วยนะ ตอนนี้เทียบเบี้ยประกันกับเราได้แล้วด้วย หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับคุณ ประกันภัยจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีทางเจ้าหน้าท่่ประกันภัยเข้าไปช่วยดูแล พร้อมให้คุณอุ่นใจอีกด้วย มั่นใจเลยว่าคุณจะได้รับบริการที่ดีที่สุด  ทำไว้เถอะครับยิ่งอุ่นใจกว่าเยอะ !!
ขอบคุณแหล่งข้อมูล : dlt.go.th

ซื้อประกันออนไลน์

The post ใบขับขี่ดิจิทัลแทนใบขับขี่จริงได้หรอ? appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
เตรียมตัวก่อนออกจากบ้านในหน้าฝนกับแอปเช็กสภาพอากาศ https://www.bolttech.co.th/blog/5%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b9%86?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=5%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259e%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2587%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a8%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2586 Fri, 02 Aug 2019 04:13:19 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=7621 เริ่มเข้าหน้าฝนแบบนี้ พอออกจากบ้านทีไรก็แอบหวั่นใจกับสภาพอากาศซะจริง ๆ เดี๋ยวตก เดี๋ยวหยุด จนเดาไม่ออกว่าต้องเตรียมตัวยังไงออกจากบ้าน ซึ่งมันคงไม่สนุกแน่หากต้องตัวเปียก หรือไปทำงานสายเพราะติดฝน ดังนั้น เพื่อความมั่นใจแนะนำให้เปิดแอปเช็กอากาศหรือแอพแจ้งเตือนฝนตก ป้องกันไว้ล่วงหน้าจะได้พกร่ม หรือเสื้อกันฝนติดตัวก่อนออกจา

The post เตรียมตัวก่อนออกจากบ้านในหน้าฝนกับแอปเช็กสภาพอากาศ appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
เริ่มเข้าหน้าฝนแบบนี้ พอออกจากบ้านทีไรก็แอบหวั่นใจกับสภาพอากาศซะจริง ๆ เดี๋ยวตก เดี๋ยวหยุด จนเดาไม่ออกว่าต้องเตรียมตัวยังไงออกจากบ้าน ซึ่งมันคงไม่สนุกแน่หากต้องตัวเปียก หรือไปทำงานสายเพราะติดฝน ดังนั้น เพื่อความมั่นใจแนะนำให้เปิดแอปเช็กอากาศหรือแอพแจ้งเตือนฝนตก ป้องกันไว้ล่วงหน้าจะได้พกร่ม หรือเสื้อกันฝนติดตัวก่อนออกจากบ้าน

1. RainViewer

แอพเช็คสภาพอากาศแม่น ๆ

Cr: App RainViewer

อัปเดตสภาพอากาศแบบ Real time ที่ครอบคลุมมากถึง 82 ประเทศ ซึ่งใครที่กำลังวางแผนเดินท่องเที่ยวต่างประเทศควรต้องดาวน์โหลดติดมือถือ เพราะจะได้จัดกระเป๋าเตรียมเสื้อผ้ากันได้ถูก และอีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าใช้งานของแอปนี้คือ ารแจ้งเตือนล่วงหน้าเมื่อมีฝนกำลังเคลื่อนตัวมาใกล้บริเวณที่เราอยู่ เพื่อจะได้เตรียมตัวหลบฝนกัน รวมถึงสามารถแชร์ข้อมูลให้คนอื่นทราบถึงสภาพอากาศล่าสุดได้อีกด้วย

2.Thai Weather

แอพเช็คสภาพอากาศแม่น ๆ

Cr : App Thai weather

แอปของกรมอุตุนิยมวิทยาที่คอยอัปเดตสภาพอากาศภายในประเทศ ซึ่งฟังก์ชันที่แนะนำสำหรับคนไม่อยากเปียกฝนตอนออกจากบ้าน คือ การพยากรณ์อากาศ ที่จะแสดงข้อมูลของแต่ละจังหวัดว่าสภาพฟ้าฝนเป็นยังไงบ้าง โดยมีข้อมูลทั้งแบบช่วงเวลาปัจจุบันและการพยากรณ์ล่วงหน้า นอกจากนี้ยังมีข้อมูลข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนต่าง ๆ จากกรมอุตุนิยมวิทยาไว้ให้คอยติดตามกัน

3.Yahoo Weather

แอพเช็คสภาพอากาศแม่น ๆ

Cr: App Yahoo Weather

แอปเช็กสภาพอากาศที่ดีไซน์สวยงามน่าใช้ มีภาพพื้นหลังเป็นวิวสวย ๆ ในแต่ละประเทศจากนักถ่ายภาพทั่วโลกมาช่วยปรับอารมณ์สุดเซ็งในวันอากาศครึ้ม ๆ ให้ดูสดใสขึ้น พร้อมกับแสดงข้อมูลสภาพอากาศอย่างละเอียดทั้งปัจจุบันและล่วงหน้าได้ยาวถึง 10 วัน รวมถึงแสดงเวลาพระอาทิตย์ขึ้น-ตก ความกดอากาศและความเป็นไปได้ที่จะเกิดฝน จะได้ไม่ลืมหยิบร่มและเสื้อกันฝนก่อนออกจากบ้าน

4. AccuWeather

แอพเช็คสภาพอากาศแม่น ๆ

Cr: App AccuWeather

แอปเช็กอากาศยอดนิยมที่ควรมีติดมือถือไว้เพราะบอกสภาพอากาศได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถเรียกดูข้อมูลได้ง่าย ๆ ทั้งแบบรายชั่วโมงและรายวัน พร้อมอัปเดตข่าวสารของสภาพอากาศจากทั่วทุกมุมโลก และสะดวกยิ่งขึ้นด้วยฟังก์ชันช่วยเตือนเกี่ยวกับสภาพอากาศที่กำลังจะเกิดขึ้นล่วงหน้า รวมถึงบอกอัตราการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองและขนสัตว์ เป็นอีกฟังก์ชันดี ๆ ที่เหมาะสำหรับคนเป็นภูมิแพ้

5. Weathershot

แอพเช็คสภาพอากาศแม่น ๆ

Cr: App Weathershot

เอาใจสายโซเชียลชอบถ่ายรูปกับแอปเช็กอากาศที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นสีสันสดใส ไว้ถ่ายภาพสวย ๆ ในสถานที่ต่าง ๆ พร้อมกับแสดงสภาพอากาศในตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบัน แถมสามารถใส่ฟิลเตอร์และข้อความต่าง ๆ เพิ่มความคูลให้รูปภาพก่อนโพสต์ลงโซเชียล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแอปที่ช่วยทำให้การอัปเดตสภาพอากาศดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

มีแอปดี ๆ ติดมือถือกันแล้ว ฝนจะตกตอนไหนก็ไม่หวั่น เพราะเตรียมตัวกางร่ม ใส่เสื้อกันฝนรอแล้ว ส่วนใครกำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยว หรือทำธุระที่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ในช่วงหน้าฝนแบบนี้อาจต้องระวังอุบัติเหตุระหว่างเดินทางกันสักหน่อย แต่เพื่อความอุ่นใจขอแนะนำให้ทำประกันภัยการเดินทางโดย คลิกที่นี่และหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามที่ โทร. 02 710 3100 หรือแอด LINE มาพูดคุยที่ @masii ได้เลย
ขอบคุณบทความดี ๆ จาก www.masii.com
Rewrite by Butter Cutter
ประกันเดินทางในประเทศ

The post เตรียมตัวก่อนออกจากบ้านในหน้าฝนกับแอปเช็กสภาพอากาศ appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
รวม 5 ฟังก์ชันดูแลสุขภาพใน Apple Watch 4 ทำอะไรได้บ้าง https://www.bolttech.co.th/blog/apple-watch-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=apple-watch-%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%259a%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259e Sat, 27 Jul 2019 03:00:37 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=7210 Apple Watch Series 4 อ่านออกเสียงว่า แอปเปิ้ลวอช 4 คือนาฬิกาอัจฉริยะจาก Apple เปิดตัวด้วยราคา 14,000 กว่า ๆ มาพร้อมฟังก์ชันมากมาย แต่สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นจุดขายสำคัญของ Apple Watch ว่าดียังไงก็ คือ “ฟังก์ชันด้านสุขภาพที่ Apple เคลมว่าถ้าคุณเป็นคนรักสุขภาพต้องมี Apple Watch” เพราะเป็นนาฬิกาที่เหมาะสมกับคุณสุด ๆ ว่าแต่ A

The post รวม 5 ฟังก์ชันดูแลสุขภาพใน Apple Watch 4 ทำอะไรได้บ้าง appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
Apple Watch Series 4 อ่านออกเสียงว่า แอปเปิ้ลวอช 4 คือนาฬิกาอัจฉริยะจาก Apple เปิดตัวด้วยราคา 14,000 กว่า ๆ มาพร้อมฟังก์ชันมากมาย แต่สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นจุดขายสำคัญของ Apple Watch ว่าดียังไงก็ คือ “ฟังก์ชันด้านสุขภาพที่ Apple เคลมว่าถ้าคุณเป็นคนรักสุขภาพต้องมี Apple Watch” เพราะเป็นนาฬิกาที่เหมาะสมกับคุณสุด ๆ ว่าแต่ Apple Watch 4 ดีไหม ดีอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง จะมีฟังก์ชันไหนบ้างที่จะช่วยดูแลสุขภาพของคุณ

1. เตือนรอบประจำเดือนของสาว ๆ

สุขภาพใน Apple Watch 4 ทำอะไรได้บ้าง

Apple Watch 4 เตือนรอบประจำเดือน

Apple Watch ดียังไงบอกเลยดีกับสาว ๆ ครับ เพราะมีฟังก์ชันที่เกิดมาเพื่อผู้หญิง โดยเฉพาะคนมีปัญหาเรื่องประจำเดือนไม่มา ประจำเดือนขาด ซึ่งปัญหาเหล่านี้มีสาเหตุจากความผิดปกติของร่างกาย ทั้งฮอร์โมน ความเครียด อาการป่วย ทำให้ประจำเดือนไม่ใช่แค่สิ่งที่มาแล้วไป แต่ ประจำเดือนนั้นบอกถึงสุขภาพของคุณผู้หญิงได้โดยตรง โดยฟังก์ชันเตือนรอบประจำเดือนของ Apple watch นี้ จะช่วยให้คุณทราบวันที่ประจำเดือนของคุณควรจะมา วันที่ประจำเดือนของคุณจะหมด ซึ่งถ้าเดือนไหนประจำเดือนของคุณเลื่อน มีประจำเดือนนานกว่าปกติ หรือพบอาการผิดปกติอื่น ๆ ฟังก์ชันนี้จะทำให้คุณรู้ตัว และไปพบหมอเพื่อตรวจสุขภาพได้อย่างทันท่วงที

2. เป็นตัวช่วยป้องกันหูหนวก

Apple Watch 4 ป้องกันหูหนวก

ถามว่า นาฬิกา Apple Watch 4 ทำอะไรได้บ้าง ? อีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของการเสียการได้ยินถาวรหรือหูหนวกนั้นมาจาก การฟังเสียงที่ดังมากๆ เป็นเวลานาน ซึ่งปัจจุบันมีความเสี่ยงที่คนไทยจะเสียการได้ยินถาวรมากเหลือเกิน ทั้งเสียงการจราจรในเมืองหลวง เสียงการก่อสร้าง และอื่น ๆ ก็ล้วนแล้วแต่มีระดับเดซิเบลที่สูงในระดับอันตรายทั้งนั้น โดย Apple Watch จะมีฟังก์ชันเช็กเสียงรบกวน (Noise) ในการตรวจว่าบริเวณรอบ ๆ มีเสียงที่ดังเกินจนเป็นอันตรายต่อการได้ยินของคุณหรือเปล่า ถ้ามีระดับเสียงเกิน 80 เดซิเบล เจ้า Apple Watch จะแจ้งเตือนให้คุณทราบทันที เพื่อให้คุณออกจากบริเวณนั้นโดยเร็ว ต่อจากนี้แก้วหูของคุณก็จะปลอดภัยยิ่งขึ้น

3. ตรวจเช็กชีพจร

ฟังก์ชันเพื่อสุขภาพใน Apple Watch 4 ทำอะไรได้บ้าง

Apple Watch 4 เช็กชีพจร

สำหรับใครที่เป็นสายออกกำลังกาย หรือกำลังลดน้ำหนัก การเต้นของหัวใจนั้นสามารถบอกว่าคุณออกกำลังกายได้เหมาะสมแล้วหรือยัง เพราะความเร็วของชีพจรในแต่ละช่วงนั้นส่งผลต่อร่างกายต่างกั เช่น

  •  ภายใน 1 นาทีชีพจรเต้นเท่ากับ 40-50% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด (เอา 220 - อายุ) ร่างกายจะเผาผลาญน้อย เหมาะสำหรับผู้สูงวัย 
  • แต่ถ้า ใน 1 นาทีชีพจรเต้นเท่ากับ 60-70% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด ร่างกายจะเผาผลาญไขมันสูงสุด และลดน้ำหนักได้ดีที่สุด

ในที่นี้ ฟังก์ชันตรวจชีพจรของ Apple Watch จะช่วยให้คุณได้ดูว่าการออกกำลังกายของคุณทันที  ทำให้ชีพจรเต้นเร็วในระดับที่ต้องการแล้วหรือยัง ทำให้การออกกำลังกายของคุณมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและยังดูแลคุณในทุกเหตุการณ์ด้วย

4. ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

ฟังก์ชันเพื่อสุขภาพใน Apple Watch 4 ทำอะไรได้บ้าง

Apple Watch 4 ตรวจคลื่นหัวใจ

Apple Watch 4 ทำอะไรได้บ้าง ? และแตกต่างจากนาฬิกาอัจฉริยะเจ้าอื่นๆ อย่างไร  คงต้องตอบว่า “ช่วยวัดคลื่นหัวใจ” ได้ครับ โดยหลายคนสับสนระหว่าง ชีพจร กับ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ว่าเป็นอย่างเดียวกัน แต่ในความจริง ทั้งสองอย่างนั้นแตกต่างกันนะครับ มาทำความเข้าใจกันนะ 

  • ชีพจร คือจังหวะที่เลือดสูบฉีดจากหัวใจไปยังอวัยวะส่วนอื่นๆ 
  • แต่ คลื่นไฟฟ้าหัวใจ คือคลื่นไฟฟ้าที่ควบคุมการทำงานของหัวใจ 

พูดง่าย ๆ นะครับ ชีพจร จะบอกว่าหัวใจของเราเต้นเร็วแค่ไหน แต่คลื่นไฟฟ้าหัวใจ จะบอกสภาพการทำงานของหัวใจ สุขภาพของหัวใจ และตรวจจับการเต้นหัวใจผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นอาการเบื้องต้นของทั้งโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเหตุขาดเลือด โรคลิ่มเลือดอุดหลอดเลือดปอด และอื่นๆ อีกมากมาย โดย Apple Watch 4 ดียังไง ก็ดีที่ช่วยตรวจเช็กหัวใจของเราได้ตลอดเวลาไงล่ะครับ
ป.ล. ฟังก์ชันนี้ยังไม่เปิดใช้ในประเทศไทยนะครับ แต่เชื่อว่ารอไม่นานเดี๋ยวก็มาแล้ว

5. ตรวจจับการลื่นล้ม

ฟังก์ชันเพื่อสุขภาพใน Apple Watch 4 ทำอะไรได้บ้าง

Apple Watch 4 ดูแลผู้สูงอายุ

คุณรู้ไหมครับ ว่า 30% ของผู้สูงอายุชาวไทยเคยลื่นล้มอย่างน้อย 1 ครั้ง ภายใน 1 ปี โดยสาเหตุก็มาจากสภาพร่างกายที่เสื่อมถอยลง หรือโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ซึ่งสำหรับผู้สูงอายุอุบัติเหตุล้มเพียงครั้งเดียวอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ 
เราคงเคยได้ยินข่าวที่ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ลำพังล้มในห้องน้ำ และไม่มีใครช่วยเหลือจนเสียชีวิตกันมาบ้างใช่ไหมครับ เราคงไม่อยากให้เหตุการณ์น่าเศร้านี้เกิดขึ้นกับคนที่เรารักใช่ไหม ทำให้ฟังก์ชัน ตรวจจับการล้ม เป็นฟังก์ชันที่สร้างขึ้นเพื่อผู้สูงอายุอย่างแท้จริง

วิธีการทำงานของฟังก์ชันนี้ Apple Watch จะมีเซนเซอร์ที่สามารถรู้ทันทีแบบ Real Time ได้เมื่อคุณล้ม และจะส่งเสียงพร้อมข้อความเตือน หากคุณไม่ได้รับบาดเจ็บ สามารถยืนได้ คุณก็เพียงกดที่หน้าจอ แต่สำหรับผู้สูงอายุที่ประสบอุบัติเหตุล้มและไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ Apple Watch จะดังไปเรื่อย ๆ จนครบ 30 วินาที และ จะติดต่อไปยังโรงพยาบาลที่บันทึกไว้เพื่อแจ้งให้เข้าช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ช่างเป็นไอเทมที่เหมาะกับยุคสังคมผู้สูงวัย หรือ Aging Society เสียจริงเชียว
ซื้อประกันอุบัติเหตุ
และนี่ก็คือ 5 ฟังก์ชันของ  Apple Watch ว่าดียังไง ที่จะช่วยคุณดูแลสุขภาพแบบไหนได้บ้าง แต่อย่าลืมนะครับ  สิ่งที่ดูแลสุขภาพ ได้ดีที่สุด ก็คือพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคุณต่างหาก หรือถ้าอยากดูแลตัวเองด้วยประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล หรืออื่น ๆ สามารถสอบถามพวกเรา frank.co.th ได้นะครับ

The post รวม 5 ฟังก์ชันดูแลสุขภาพใน Apple Watch 4 ทำอะไรได้บ้าง appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
6 App ฟรีเจ๋ง ๆ ที่คนชอบเที่ยวต่างประเทศต้องมี https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%97%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b3%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%2597%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a7 Tue, 07 May 2019 22:30:26 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=6179 กำลังมีแพลนออกเที่ยวเปิดโลกกว้างในต่างแดนหรือเปล่าครับ ? นอกจากจะต้องเรียนรู้วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง ยังไงไม่ให้เฟลแล้ว ตามด้วยเตรียมประกันเดินทางเพื่อดูแลความปลอดภัยให้พร้อมก่อนออกเดินทาง และเพื่อให้ทริปทั้งทีจะให้ดีต้องโหลดแอปพลิเคชันติดมือถือไว้ใช้ช่วยให้การเที่ยวสนุกสนานยิ่งขึ้น เพื่อคนรักการเที่ยวต่างประเทศต้องใช้แอ

The post 6 App ฟรีเจ๋ง ๆ ที่คนชอบเที่ยวต่างประเทศต้องมี appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
กำลังมีแพลนออกเที่ยวเปิดโลกกว้างในต่างแดนหรือเปล่าครับ ? นอกจากจะต้องเรียนรู้วิธีจัดกระเป๋าเดินทาง ยังไงไม่ให้เฟลแล้ว ตามด้วยเตรียมประกันเดินทางเพื่อดูแลความปลอดภัยให้พร้อมก่อนออกเดินทาง และเพื่อให้ทริปทั้งทีจะให้ดีต้องโหลดแอปพลิเคชันติดมือถือไว้ใช้ช่วยให้การเที่ยวสนุกสนานยิ่งขึ้น เพื่อคนรักการเที่ยวต่างประเทศต้องใช้แอปพลิเคชันใดในการท่องเที่ยวต่างแดน  มาม๊ะ!! เลื่อนอ่านเลยครับว่าทั้ง 6 แอพท่องเที่ยว 2019 จะมีอะไรบ้าง ?!

1. PackPoint Travel Packing List

แอพท่องเที่ยว
เป็นคนขี้ลืม ชอบหลง ๆ ลืม ๆ ทริปต่างประเทศว่าเรากำลังจะไปไหน ทำอะไร และไม่อยากพกกระดาษ แอปพลิเคชันแนะนำสำหรับสายเที่ยวคงต้องให้ลอง PackPoint Travel Packing List ไม่ว่าคุณจะไปทำอะไร กิจกรรมไหน เลือกได้ทั้งหมดเลยคร้าบ ในส่วนการใช้งานไม่ยุ่งยากเริ่มจากสถานที่จะไป พักกี่คืน และเลือกกิจกรรมที่เรากำลังจะไปทำโดยแอปพลิเคชันจะประมวลผลให้ว่าเราจะต้องเตรียมอะไร ? ต้องมีกี่ชุด ต้องเตรียมชุดชั้นในเท่าไหร่ เราเช็กลิสต์ตามที่ต้องการได้ ! (มีเฉพาะภาษาอังกฤษเท่านั้น)
โดยแอปพลิเคชันจะประเมินสภาพอากาศคร่าว ๆ กิจกรรมที่เรากำลังจะไปทำ ซึ่งเราสามารถส่งแพลนนี้ได้ทั้งหมดผ่านอีเมล หรือช่องทางโซเชียลที่สะดวกได้ตามต้องการเลยครับ สามารถเปิดเป็นเว็บไซต์ออนไลน์ได้ทุกที่! แนะนำลองเล่นดู แต่คงต้องบอกว่าน่าเสียดายครับที่บางกิจกรรม (Activities) จะต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเติมฟีเจอร์ เพื่อให้แอปพลิเคชั่นแนะนำสิ่งของเพิ่มเติมจากเดิมไงล่ะ

2. TripIt

แอพท่องเที่ยว
เบื่อไหม ? กับการวางแพลนเที่ยวที่ต้องมาเขียนลงกระดาษ หรือจะต้องมาจัดหน้าลงตาราง เพื่อปริ้นท์กระดาษออกมาและต้องพกติดตัวแถมกลัวหาย ! และยังไม่มีเวลาจัดหน้าให้สวยงาม เพราะไม่มีสกิลกราฟิกเท่าไหร่ คงต้องบอกว่าปัญหาเหล่านี้จะจบทันที หากโหลดสะดวกสบายที่สุดกับ TripIt ที่รับเรียบเรียงข้อมูลทริปให้เราเป็นอย่างดี เหมาะสำหรับนักธุรกิจ และคนที่ท่องเที่ยวบ่อย ๆ
ขั้นตอนการใช้งานเริ่มจากสมัครเข้าระบบ กรอกอีเมล (E-mail) ที่เราใช้งานเป็นประจำ เพื่อ Add a trip สามารถส่งข้อมูลเข้าแอปพลิเคชันนี้ เช่น

  • จุดหมายปลายทาง (Destination)
  • วันที่ออกเดินทาง (Start Date)
  • วันกลับ (End Date)
  • เขียนชื่อทริปของคุณ (Trip Name)
  • และรายละเอียดตามที่ต้องการ (Description)

ตามด้วยการจัดแจงส่งข้อมูลตารางเที่ยว เช่น ไฟลท์บิน, ที่พัก, จองห้องอาหาร, จองรถให้กับผู้ร่วมทริปได้ สบ้ายสบาย แถมสมัครง่ายให้โหลดฟรีด้วย แนะนำให้คุณเตรียมข้อมูลไว้ใกล้ ๆ มือจะได้กรอกได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เที่ยวต่างประเทศ

3. iTranslate Voice

แอพท่องเที่ยว
เคยคิดไหมว่า “อยากให้โดเรมอนมีจริงและอยากจะขอวุ้นแปลภาษาสักอันนึงเพื่อใช้งาน!!” ใช่ๆ หากคุณสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษไม่เก่ง iTranslate Voice แอปพลิเคชันแนะนำนี้จะช่วยคุณได้ดีทีเดียวเชียวละ ปัจจุบันมีคนโหลดใช้กว่า 70 ล้านครั้ง เพราะมีให้เลือกกว่า 100 ภาษาสำหรับการโหลดฟรี หากอยากได้เพิ่มต้องซื้อนะครับ ในส่วนการใช้งานนั้นไม่มีเน็ตก็ใช้ได้นะ

  • สามารถแปลได้ทั้งใช้เสียง Voice Tranlation
  • หรือจะเลือกถ่ายภาพ Camera Tranlation แปลภาษาก็ยังได้
  • พร้อมกับเลือกหาคำศัพท์ และประโยคที่จำเป็นต้องสื่อสารในชีวิตประจำวัน

สรุปว่า ไม่ต้องอ้อนวอนให้โดเรมอนมีจริง มีแค่แอพท่องเที่ยวนี้ก็เพียงพอละเน้อจ้า หากมีโอกาสเที่ยวต่างประเทศลองโหลดใช้ได้นะครับ (จำกัดเวลาใช้ฟรีนะครับ)

4. Citymapper Transit Navigation

แอพท่องเที่ยว
กลัวหลงทาง! ลองใช้แอพแนะนำ Citymapper Transit Navigation เป็นแอพท่องเที่ยวฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายมีคนติดตั้งกว่า 5 ล้านรายทั่วโลก ด้วยความที่มีฟีเจอร์น่ารัก เข้าใจง่าย ใช้งานไม่ลำบากเลือกพิกัดได้เลยว่าคุณต้องการเที่ยวไหน เดินทางอย่างไร รถไฟฟ้าอยู่ตรงไหน ต้องใช้คมนาคมแบบไหน ประมาณเวลาการเดินทางให้ด้วย
ปัจจุบัน แอปพลิเคชันนี้สามารถใช้ดูแผนที่การเดินทางท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก, แคนาดา, บราซิล, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, รัสเซีย, ฮ่องกง, สิงคโปร์, เกาหลี, ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ฯลฯ เป็นแอพท่องเที่ยว 2019 ที่บอกข้อมูลการเดินทางและแผนที่ได้แจ่มแจ้งครับ

5. Sygic Travel Maps Offline

แอพท่องเที่ยว
มาถึงคิวแอปพลิเคชันนำทางที่น่าสนใจ Sygic Travel Maps Offline ข้อดีคือสามารถใช้ได้โดยไม่มีอินเทอร์เน็ต สามารถสลับใช้เป็น HUD สะท้อนบนกระจกรถยนต์ของเราได้ (สำหรับคนที่มีใบขับขี่สากลขับรถในต่างประเทศได้น่าจะชอบแอพท่องเที่ยว) ภายในแอปพลิเคชันมีทั้งวิดิโอ 360 องศา วางแพลนทริปของเราได้ มีอธิบายสถานที่ท่องเที่ยวให้ด้วยครับประมาณ 10,000 แห่ง รวม ๆ แอพท่องเที่ยวนี้มีแผนที่เกือบ 50 ล้านพิกัดทั่วโลก ! โหลดฟรีก็จริง แต่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหากต้องการฟีเจอร์พิเศษ (ยังไม่รองรับภาษาไทยนะคะ)

Frank Box:

HDU คืออะไร ? เกจวัดดิจิทัลสะท้อนกระจก หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Head Up Display : HUD ใช้บอกเส้นทางและแผนที่เป็นแก็ดเจ็ตรถยนต์ช่วยเหลือให้การขับปลอดภัยขึ้น สามารถอ่าน 5 Gadgets อุปกรณ์ติดรถยนต์สุดล้ำ น่าซื้อ น่าใช้ เพิ่มเติมได้ครับ

6. SaveTrip

แอพท่องเที่ยว
เที่ยวให้ประหยัด ! ไม่อยากเกินงบโหลดแอพท่องเที่ยว SaveTrip ไว้ใช้สิครับ เราสามารถเริ่มเลือกจุดหมายการเดินทางที่กำลังไปท่องเที่ยว กำหนดงบกันเลยครับว่า Before Trip ก่อนออกเดินทางจ่ายเท่าไหร่ และ After Trip ยังไงต่อ เหมือนจดบันทึกรายรับรายจ่าย ความดีงามคือแอพท่องเที่ยว SaveTrip ช่วยคำนวณอัตราค่าเงินให้ด้วยนะคุ๊ณ สะดวกสบายดีงาม เนื่องจากแบ่งกราฟให้เห็นชัด ๆ ว่าเราใช้เงินท่องเที่ยวกับอะไรบ้าง สัดส่วนไหนใช้จ่ายเยอะที่สุดช่วยคุมงบให้อยู่หมัดตามที่เราต้องการที่สำคัญโหลดออกมาเป็นไฟล์ CSV เปิดเช็กได้ใน Microsoft Excel ใครที่เที่ยวบ่อย ๆ ต้องมีไว้

เก็บข้อมูลแอพท่องเที่ยวเสร็จแล้ว !!

สำหรับชาวแฟรงค์ที่มีแอปพลิเคชันท่องเที่ยวมาแนะนำบอกเล่าให้ฟังได้นะครับ เรายินดีรับฟังเสมอ และก่อนออกเที่ยวต่างประเทศไม่ว่าจะใกล้หรือไกลอย่าลืมซื้อประกันเดินทางด้วยนะครับ ซื้อกับ frank.co.th รับกรมธรรม์ทันทีไม่ต้องรอ พร้อมเที่ยวต่อได้เล้ยย
Content by Butter Cutter
ท่องเที่ยวต่างประเทศ

The post 6 App ฟรีเจ๋ง ๆ ที่คนชอบเที่ยวต่างประเทศต้องมี appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
5 Gadgets อุปกรณ์ติดรถยนต์สุดล้ำ น่าซื้อ น่าใช้ https://www.bolttech.co.th/blog/gadget-%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c2019?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=gadget-%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c2019 Sun, 24 Mar 2019 01:39:08 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=5768 สวัสดีครับ ฅ.คนรักรถทั้งหลาย แน่นอนว่าการขับรถนอกจากจะต้องขับขี่ปลอดภัย รู้เทคนิคการขับขี่ที่ถูกต้องแล้ว สำหรับโชว์เฟอร์สายแก็ดเจ็ต (Gadget) รถยนต์ ที่กำลังมองหา Gadget รถยนต์แปลกใหม่ช่วยให้การขับรถสะดวก และง่ายดายยิ่งขึ้น  frank.co.th มีไอเทมมาแนะนำตามนี้ครับ 1. เกจวัดดิจิทัลสะท้อนกระจก (Head-Up Display: HUD) Gadget ท

The post 5 Gadgets อุปกรณ์ติดรถยนต์สุดล้ำ น่าซื้อ น่าใช้ appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
สวัสดีครับ ฅ.คนรักรถทั้งหลาย แน่นอนว่าการขับรถนอกจากจะต้องขับขี่ปลอดภัย รู้เทคนิคการขับขี่ที่ถูกต้องแล้ว สำหรับโชว์เฟอร์สายแก็ดเจ็ต (Gadget) รถยนต์ ที่กำลังมองหา Gadget รถยนต์แปลกใหม่ช่วยให้การขับรถสะดวก และง่ายดายยิ่งขึ้น  frank.co.th มีไอเทมมาแนะนำตามนี้ครับ

1. เกจวัดดิจิทัลสะท้อนกระจก (Head-Up Display: HUD)


Gadget ที่จะทำให้รถยนต์ของคุณเท่ เฟี้ยวฟ้าวขึ้นมาทันทีเมื่อติดตั้งกับ เกจวัดดิจิทัลสะท้อนกระจก หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Head Up Display หรือย่อว่า HUD เป็นแก็ดเจ็ตรถยนต์ช่วยเหลือให้การขับปลอดภัยขึ้น เนื่องจากช่วยให้โชเฟอร์มีสมาธิจดจ่อ ไม่ต้องก้ม ๆ เงย ๆ เพื่อดูแผนที่ (GPS) รอบเครื่องยนต์ อุณหภูมิรถ คำเตือน หรือดูความเร็วรถ ฯลฯ ตามฟีเจอร์ของ HUD โดยไอเทมนี้จะแสดงผลสะท้อนบนกระจกใสหน้ารถยนต์ เห็นชัดทุกสภาพการขับขี่ มองเส้นทางพร้อมกับมองจอได้โดยไม่ติดขัด
เอาเป็นว่า ติดตั้งไอเทม HUD ก็เหมือนเราเล่นเกมอยู่เลยล่ะครับ เนื่องจากเห็นข้อมูลทันทีแบบเรียลไทม์ (Real Time) ช่างเป็นไอเทมที่ดี๊ย์ดีจริง ๆ เนื่องจากมาช่วยสงบศึกมิให้คนขับรถต้องทะเลาะกับผู้โดยสารด้านข้าง (เนวิเกเตอร์) ที่คอยบอกทางได้เป็นอย่างดี อิอิ
ปัจจุบัน Gagdet รถยนต์ชิ้นนี้ถูกพัฒนาติดตั้งในรถยนต์ชั้นนำ เช่น Mercedes Benz, BMW และ Audi ซึ่งจะใช้แพร่หลายมากขึ้นในปี ค.ศ. 2020

2. แหวนป้องกันหลับใน (Stop Sleep)


“ตื่นก็รู้ หลับ (ใน) ก็เตือน!!” ไฮเทคสุด! ปลอดภัยได้อีกกับ Gadget รถยนต์อย่างแหวนป้องกันหลับใน หรือ Stop Sleep ซึ่งผลิตครั้งแรกในประเทศรัสเซีย เป็นวงแหวนคู่ให้สวมใส่ตอนขับรถ (ใส่ที่นิ้วชี้และนิ้วกลาง) มีน้ำหนักเพียง 40 กรัม ขนาดกะทัดรัดครับไม่ทำให้การขับรถลำบากแน่นอน
เครื่องนี้จะมาพร้อมกับระบบเซนเซอร์ตรวจพลังงานของเราตลอดเวลา บอกทุก ๆ สภาพความรู้สึกง่วงของคนขับเลยล่ะ เหมาะกับคนที่ต้องขับรถไกลๆ เป็นประจำ และต้องขับรถคนเดียว ซึ่งไอเทมนี้จะช่วยเตือนทันทีหากเราหลับใน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี

3. ผู้ช่วยโชเฟอร์ Chris Digital Assistant


เท่จัดปลัดไม่ต้องมาบอก เพราะ Chris Digital Assistant ถูกผลิตมาเพื่อเป็น gadget รถยนต์ผู้ช่วยคนขับที่แท้ทรู เนื่องจากเป็นไอเทมที่ผลิตจาก AI (Artificial Intelligence) ซึ่งผลิตครั้งแรกในปี 2018 ครับ
ระบบการทำงานของ Chris Digital Assistant ผลิตโดย German Autolabs ซึ่ง frank.co.th ขอเรียกว่า “ผู้ช่วยคริส” ล่ะกันนะครับ เจ้า Gadget รถยนต์สิ่งนี้มีหน้าปัดวงกลมครับ ติดตั้งง่าย ๆ สามารถตั้งหน้าคอนโซลรถได้

  • ทำงานแบบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านบลูทูธครับ
  • สามารถเปิดใช้งานร่วมกับอินเทอร์เน็ตก็ได้ หรือใช้งานตอนออฟไลน์ก็ได้
  • เป็นเครื่องที่รับคำสั่งจากเสียงได้
  • รับคำสั่งจากท่าทางเราก็ได้ (ล้ำสุดๆ ไปเลย)

เครื่อง Chris Digital Assistant สามารถเปิดเพลง รับสายโทรศัพท์ อ่านข้อความ รับรองว่า สิ่งนี้จะเป็น Gadget รถยนต์ สุดยอดเพื่อนคู่ใจทันที

4. อุปกรณ์บอกอารมณ์คนขับ (MotorMood)


เคยคิดไหมครับ มันคงจะดีนะ ถ้ามีปุ่มกดบอกอารมณ์ที่เราขับตอนนี้ คงต้องบอกว่าความฝันเป็นจริงแล้วครัช (555+) ฟีลลิ่งแบบอารมณ์ไม่ได้ดีเหมือนหน้าตามีความตะมุตะมิอย่างยิ่ง MotorMood เป็น Gadget รถยนต์ช่วยให้การขับสนุกขึ้นครับ เพราะเป็นแป้นไฟโชว์ความรู้สึกของคนขับ ติดหลังรถยนต์ให้เห็นชัด ๆ ทั้งตอนกลางวัน และตอนกลางคืน กดไฟได้ตรงที่ด้านหน้ารถ
สำหรับความน่าสนใจของ MotorMood มีทั้งปุ่ม Smiley, Winky (สีเหลือง/สีฟ้า/ สีชมพู), Thumbs Up, Smiley (สนนราคาประมาณ 19.99 ดอลลาร์)

5. พวงกุญแจอัจฉริยะ (Car Key Finder)


คนขี้ลืม ชอบทำกุญแจหาย ต้องมีเลยครับ Gadget รถยนต์พวงกุญแจอัจริยะที่แขวนไว้ช่วยหากุญแจรถยนต์ได้เป็นอย่างดี ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ หลายค่ายที่มีไอเทมนี้จำหน่ายครับ ซึ่งเชื่อมต่อการทำงานแบบบลูทูธ (Bluetooth) เพื่อบอกตำแหน่ง GPS เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ชีวิตคนขี้ลืม สบายขึ้นล่ะครับ
แหม่… ช่างน่าใช้งาน น่าซื้อไว้ครอบครองสำหรับคนรักรถครับ ไว้คราวหน้า frank.co.th จะหามานำเสนอและบอกเล่าอีกนะ
เช็คเบี้ยประกันรถยนต์
แหล่งข้อมูล:

  • techstory.in/top-10-car-accessories
  • car.kapook.com/view66164.html
  • carfromjapan.com/article/driving-tips/cool-car-accessories-gadgets
  • www.autoinfo.co.th/online/180609/
  • startuptv.io/en/video/future-mobility-chris-car-assistant-ai

Content by Butter Cutter

The post 5 Gadgets อุปกรณ์ติดรถยนต์สุดล้ำ น่าซื้อ น่าใช้ appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
แนวโน้มธุรกิจประกันภัยในอนาคตที่ (อาจจะ) เกิดขึ้นในปี 2030 https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2030?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5-2030 Tue, 29 Jan 2019 01:11:04 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=5131 พูดถึงธุรกิจประกันภัย (Insurance Business) จัดเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมสำคัญของโลก ด้วยข้อดีที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับผู้ซื้อประกันภัย ช่วยแบ่งเบาภาระ และเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต หากเล่าแบบสั้น ๆ ย้อนไปในอดีตจากยุคเริ่มต้นที่นำเสนอกรมธรรม์ประกันภัยผ่านกระดาษโดยตัวแทนประกันภัยที่เดินทางเคาะถึงบ้าน ขยับมาเป็นการซื้อ-ข

The post แนวโน้มธุรกิจประกันภัยในอนาคตที่ (อาจจะ) เกิดขึ้นในปี 2030 appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
พูดถึงธุรกิจประกันภัย (Insurance Business) จัดเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมสำคัญของโลก ด้วยข้อดีที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับผู้ซื้อประกันภัย ช่วยแบ่งเบาภาระ และเพิ่มความมั่นใจในการใช้ชีวิต หากเล่าแบบสั้น ๆ ย้อนไปในอดีตจากยุคเริ่มต้นที่นำเสนอกรมธรรม์ประกันภัยผ่านกระดาษโดยตัวแทนประกันภัยที่เดินทางเคาะถึงบ้าน ขยับมาเป็นการซื้อ-ขายประกันผ่านช่องทางออนไลน์ และเริ่มใช้เทคโนโลยีอินชัวร์เทค (InsurTech) มากขึ้น เห็นได้จาก “การส่งกรมธรรม์ออนไลน์ (E-Policy) แบบจ่ายเงินปุ๊บรับกรมธรรม์ทันใจ ตามยุคสมัยเทคโนโลยีที่ต้องการความรวดเร็วเป็นหลัก ! แบบยิ่งเร็วยิ่งดีซึ่งเป็นรากฐานแนวโน้มธุรกิจประกันภัยในอนาคต”

แนวโน้มธุรกิจประกันภัยในอนาคต (อันใกล้)

ถึงกระนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับ InsurTech นี้เป็นเพียงขั้นเริ่มต้นเท่านั้น หยิบความเห็นจาก คปภ. ที่เคยวิเคราะห์ไว้ว่า ทิศทางลูกค้าประกันภัยปี ค.ศ.2020 ส่วนใหญ่จะเป็นเจนเนอเรชั่น Z คนที่เกิดหลังจากปี ค.ศ. 1995 เพราะคนกลุ่มนี้ต้องการคุณภาพชีวิตที่ดี มีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยี โดยบริษัทประกันภัยจะต้องปรับตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม สิ่งที่ลูกค้าต้องการ ได้แก่

  • ไม่เอาเปรียบผู้บริโภคและคำนึงถึงประโยชน์ลูกค้าเป็นหลัก

  • บริษัทฯ ประกันภัย และนายหน้าประกันจะต้องตื่นตัวต้องการแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า

  • นี่เป็นสองสิ่งที่ลูกค้าต้องการและกำลังมองหาเป็นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน มุมมองของ ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประเมินว่า “เทคโนโลยีจะสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าธุรกิจประกันภัย ไม่ว่าจะเป็น ผลิตภัณฑ์และบริการรูปแบบใหม่ ๆ ให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในยุคดิจิทัล โดยเน้นที่การบริการที่สะดวก รวดเร็ว เข้าใจง่ายเหมาะสม และสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงที” ซึ่งนี่เป็นแนวโน้มธุรกิจประกันภัยในอนาคตที่ลูกค้ากำลังมองหาที่ธุรกิจประกันสามารถนำมาปรับใช้ได้ในปัจจุบัน เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงเบื้องต้นในธุรกิจประกันภัยได้เป็นอย่างดี

พยากรณ์ประกันภัยยุคใหม่ ปี 2030

ธุรกิจประกันในอนาคต
ธุรกิจประกันภัยในอนาคตยังกว้างไกลกว่านั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักวิเคราะห์ต่างมองว่า รถไร้คนขับและยานยนต์แห่งอนาคตจะมีความปลอดภัยมากขึ้น ส่งผลให้การประเมินประกันรถยนต์อาจจะต้องพลิกโฉมใหม่ไปตาม ๆ กัน และเมื่อเกมตลาดประกันภัยเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ นอกจากประสบการณ์ซื้อขายประกันที่ต้องรวดเร็วไว้ก่อน เว็บไซต์บริษัทฯ ที่ปรึกษาด้านการบริหารชั้นนำของโลก McKinsey & Company Financial Sevices (อ่านว่า = แมคคินซีย์ แอนด์ คอมปะนี ไฟแนนซ์เชียล เซอร์วิส) มีสำนักงานใหญ่อยู่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วิเคราะห์เทรนด์ไว้ว่า “Insurance 2030 - The impact of AI on the future of insurance” ในบทความบอก 4 แนวโน้มธุรกิจประกันภัยที่จะเกิดขึ้นในปี 2030 ดังนี้

1. จะได้เห็นช่องทางจำหน่ายประกันที่ครบครัน

ถามว่าทำไม ? เพราะในอนาคตบริการประกันภัยเน้น Internet of Thing (IoT) มากขึ้น เก็บข้อมูลจากทุกอย่างที่ใช้ในชีวิตประจำวันจากแก็ดเจ็ดอัจฉริยะทั้งหลายที่มีเซ็นเซอร์ เช่น รองเท้า, นาฬิกา และอื่น ๆ  เพื่อมาวิเคราะห์การจัดจำหน่ายประกันที่ใช่ และเหมาะสมกับชีวิตประจำวัน พร้อมกับเสนอขายได้อย่างทันท่วงที พร้อมกับส่งมอบบริการได้แบบเรียลไทล์มากขึ้น เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2030  

2. โปรดักซ์ประกันภัยจะเจาะลึกมากขึ้น

“ในปี 2030 ราคายังเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจของผู้ซื้อ แต่จะทำอย่างไรให้การแข่งขันทางราคาไม่ใช่เรื่องหลัก” และพร้อมกันนี้ คนจะมองหาการซื้อประกันจะซื้อเท่าที่จำเป็นกับการใช้ชีวิต หมายความว่า บริษัทฯ ประกันจะต้องมีผลิตภัณฑ์หลากหลายเฉพาะเจาะจง สามารถใช้ข้อมูลทางสุขภาพจะเจาะลึกมากขึ้นและมีข้อมูลสุขภาพที่ระบุถึงพันธุกรรมของผู้คนด้วย ช่างเป็นอะไรที่ลึกซึ้ง   

3. การเคลมประกันรถยนต์ (อาจจะลด) น้อยลง

เมื่อรถยนต์ยุคใหม่พัฒนามากขึ้นโดยเฉพาะการเพิ่มความสามารถให้ปลอดภัยมากขึ้น แน่นอนว่า การเคลมประกันภัยรถยนต์ก็ (น่าจะ) น้อยลงตามไปด้วย พร้อมกันนี้การเบิกเคลมก็จะง่ายและเร็วขึ้นกว่าที่เคย ด้วยระบบ IoT พร้อมกับมีระบบโต้ตอบอัตโนมัติ AI เข้ามาดูแลผู้ซื้อประกันมากขึ้น และ AI ยังเข้ามาจัดการดูแลกรณีฉุกเฉินตลอดเวลา 24 ชั่วโมง แบบไม่มีวันหยุด ไม่หยุดพักใด ๆ

4. เทคโนโลยี AI จะมีบทบาทในธุรกิจประกันภัยมากขึ้น

อ้างอิงบทความ Insurance 2030 - The impact of AI on the future of insurance เนื้อหาในบทความระบุว่า “AI’s underlying technologies are already being deployed in our businesses, homes, and vehicles, as well as on our person, will reshape the insurance industry over the next decade.”
สรุปคร่าว ๆ หมายความว่า เทคโนโลยี AI จะถูกใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะขั้นตอนการนำข้อมูล (Database) มาวิเคราะห์ประกันภัยให้ง่ายขึ้น มาช่วยวิเคราะห์ตลาด ราคาเบี้ย และประกันให้กับลูกค้า เอาเป็นว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่มนุษย์ต้องทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์มากขึ้น กลายเป็นทีมงานใหม่ที่เกิดขึ้นและมีประสิทธิภาพในการทำงาน นี่ก็เป็นพยากรณ์แนวโน้มธุรกิจประกันภัยที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็นการวิเคราะห์คร่าว ๆ ที่เกิดกับธุรกิจนี้เท่านั้น แล้วคุณละคิดเห็นแบบไหน ? บอกเล่ากันได้นะ

แหล่งข้อมูล:

  • www.oic.or.th/th/consumer/news/releases/88483
  • www.mckinsey.com/industries/financial-services/our-insights/insurance-2030-the-impact-of-ai-on-the-future-of-insurance.
  • info.gotomanager.com/news/details.aspx?id=614
  • dv.co.th/blog-th/Ai-in-InsurTech/

Content by Butter Cutter
frank ประกัน

The post แนวโน้มธุรกิจประกันภัยในอนาคตที่ (อาจจะ) เกิดขึ้นในปี 2030 appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
อนาคตเทคโนโลยีรถยนต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน ปี 2040 และ 2050 ?? https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%9b%e0%b8%b52040-2050?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b52040-2050 Thu, 24 Jan 2019 03:59:07 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=5105 ในฐานะคนรักรถอย่างเรา การอัพเดทเทรนด์ใหม่ ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีรถยนต์เป็นสิ่งที่เราไม่ควรพลาด กันใช่ไหมล่ะ? Frank ว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากเลย สำหรับโลกที่กำลังเปลี่ยนไป และมีเทคโนโลยีอะไรใหม่ ๆ เข้ามา การพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ในยุคสมัยนี้เรียกว่าก้าวกระโดดไม่หยุดยั้งกันเลยทีเดียว เพียงแค่หลับตาคิดก็น่าสนุกแล้ว อย่าง

The post อนาคตเทคโนโลยีรถยนต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน ปี 2040 และ 2050 ?? appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
ในฐานะคนรักรถอย่างเรา การอัพเดทเทรนด์ใหม่ ๆ เกี่ยวกับเทคโนโลยีรถยนต์เป็นสิ่งที่เราไม่ควรพลาด กันใช่ไหมล่ะ? Frank ว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากเลย สำหรับโลกที่กำลังเปลี่ยนไป และมีเทคโนโลยีอะไรใหม่ ๆ เข้ามา การพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ในยุคสมัยนี้เรียกว่าก้าวกระโดดไม่หยุดยั้งกันเลยทีเดียว เพียงแค่หลับตาคิดก็น่าสนุกแล้ว อย่างที่เราเคยเห็นตามหนังไซไฟ (Sci-fi) โลกของรถยนต์ในหนังล้ำหน้าจริง ๆ ทำให้โลกดูเหมือนเข้าใกล้ “เทคโนโลยี” กันมากขึ้น ถ้าคุณเป็นส่วนหนึ่งของคนรักรถยนต์ และเทรนใหม่ ๆ ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาด เพราะโลกนี้มีสิ่งที่น่าท้าทายอีกเพียบ! ชนิดที่เป็นนวัตกรรมยานยนต์เขย่าโลกเลยล่ะ
ในอนาคตหลาย ๆ สื่อคาดการณ์ว่า จะหมดยุคของรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง และรถยนต์ไฟฟ้าจะได้รับความนิยมมากขึ้น เรียกว่าเป็นกระแสข่าวเทคโนโลยีรถยนต์ที่ฮือฮาน่าจับตามองทีเดียว เมื่อบริษัทรายใหญ่และผู้ผลิตรถยนต์หลายเจ้า เริ่มคิดค้นและเดินหน้าผลิตรถยนต์ไฟฟ้า! นวัตกรรมใหม่ที่โลกต้องจารึก ในปี ค.ศ. 2040 -2050
ขณะที่หลายสื่อเชื่อว่า “รถยนต์แบบไร้คนขับ” จะปลุกกระแสใหม่ของวงการรถยนต์ในอนาคต และจะเข้ามาตอบโจทย์กับคนยุคใหม่ท่ามกลางการแข่งขันธุรกิจรถยนต์ทั่วโลก

เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ที่เราจะได้เห็นในปี 2040

เนื่องจากต้นทุนในการผลิตแบตเตอรี่กำลังจะลดลง ทำให้ราคารถไฟฟ้าถูกลงกว่าราคาน้ำมัน จึงไม่แปลกที่ในอนาคตนั้นจะเพิ่มโอกาสขยายการลงทุนมากขึ้นอีก สำหรับรถในอนาคตยุคปี 2040 จะเต็มไปด้วยความทันสมัย และสะดวกสบาย อาจจะมีฟังก์ชั่นในการใช้งานที่หลากหลาย เช่น มีหน้าจอรถที่ภาพคมชัดละเอียด หรือสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการนั่งเข้าหากันได้แบบสบายๆ
เห็นว่าในปี 2045 จะมีการนำเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่เข้ามาใช้มากขึ้นกว่าเดิม เช่น

  • การใช้ระบบเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ หรือระบบสเเกนม่านตาแทนการใช้กุญแจรถเปิดรถ  
  • หน้าต่างแบบทัชสกรีน

จะเห็นได้ว่า ไม่เพียงแค่รถยนต์ที่ไร้คนขับเท่านั้นนะ แต่ยังเป็น “รถอัจฉริยะ” ที่ตอบโจทย์ความสะดวก สบายแบบครบวงจรอีกด้วย

ใกล้หมดยุครถใช้น้ำมัน

อนาคตเทคโนโลยีรถยนต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน ปี 2040 และ 2050 ??
และสำหรับในปี 2050 คาดว่าน่าจะ “หมดยุครถใช้น้ำมัน” หลายประเทศก็กำลังตื่นตัวกับการใช้รถพลังงานไฟฟ้า เพราะเป็นทรัพยากรที่หมุนเวียน ใช้งานได้ง่าย และมีส่วนสำคัญช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นปัญหาของภาวะโลกร้อน รวมทั้งยังลดมลพิษทางอากาศได้ดีเลยทีเดียว แต่อย่างไรเราก็ต้องเตรียมพลังงานเชื้อเพลิงสำหรับชาร์ตแบตเตอรี่ให้เพียงพอด้วยเช่นกัน
แม้ว่าจะมีการคิดค้นผลิตพลังงานไฟฟ้าแล้ว แต่ธุรกิจรถยนต์ไทยอีกหลายเจ้า ก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนให้เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่มากขึ้น และพยายามทำความเข้าใจลูกค้าที่มีต่อรถยนต์ไทย เชื่อว่าคนไทยสามารถทำได้แน่นอน แต่รถยนต์ไฟฟ้าจะไม่เข้ามาเป็นธุรกิจใหญ่ เป็นเพียงแค่รถยนต์ทางเลือกที่อำนวยความสะดวกแก่ครัวเรือนไม่กี่หลังเท่านั้น และอาจจะมีการวางแผนระบบให้ชัดเจนมากขึ้นกว่าเดิม

เทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ คืออะไร

อนาคตเทคโนโลยีรถยนต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน ปี 2040 และ 2050 ??
ปี 2040-2050 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ว่ากันว่าเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับจะมาแรงมากๆ ซึ่งเทคโนโลยีรถยนต์ดังกล่าว ก็คือ “รถยนต์ที่ขับเคลื่อนแบบอัตโนมัติ (Autonomous Car)” เป็นเทคโนโลยีในอนาคตที่มาแรง การขับขี่จะเป็นการคำนวณระบบภายใน สามารถป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ และต้องทดสอบให้เห็นเพียงพอว่ารถยนต์คันนั้นมีประสิทธิภาพในการทำงานโดยไร้คนขับอย่างปลอดภัยหรือไม่

5 ประโยชน์ของเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่

อนาคตเทคโนโลยีรถยนต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน ปี 2040 และ 2050 ??
1. ช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน
ก็อย่างที่บอกข้างต้นว่า ในการคำนวณระบบภายในจะเป็นแบบอัตโนมัติ หากนำเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่เข้ามาใช้ จะช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทได้ สามารถตอบสนองต่อสิ่งรอบข้างอย่างรวดเร็ว ทำให้การขับขี่ปลอดภัย ทำให้ไม่ต้องเสียทรัพย์สินโดยใช่เหตุ
2. ลดภาวะโลกร้อน
การใช้พลังงานไฟฟ้าแทนพลังงานน้ำมัน จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และไม่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน นอกจากนั้นในการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงก็ยังเป็นมิตรต่อโลกและสิ่งแวดล้อม สามารถนำกลับมาใช้งานได้จริง เมื่อเราสูดดมอากาศเข้าไป ก็จะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายอีกด้วย
3. ช่วยอำนวยความสะดวก
สำหรับการเดินทางที่แสนวุ่นวายในแต่ละวันของเด็ก คนชรา หรือคนพิการ คงเป็นไปได้ยาก หากไม่มีรถยนต์อัตโนมัติเข้ามาช่วย ดังนั้น เมื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาอำนวยความสะดวกสบาย ก็จะช่วยให้การใช้ชีวิตของพวกเขาเป็นเรื่องง่ายกันเลยทีเดียว
4. ลดความเสี่ยงในคดีอาญา
เพราะการใช้รถยนต์แบบระบบอัตโนมัติ รถจะเคลื่อนที่ได้เอง ไม่ต้องมากังวลกับอุบัติเหตุจากความประมาทจนทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต
5. ค่าใช้จ่ายพลังงานไฟฟ้าถูกกว่าน้ำมัน
การตลาดของน้ำมันมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยอีกในอนาคต แต่ในขณะที่พลังงานไฟฟ้านั้นจะถูกลง ไม่ต้องเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาสูง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้หลายเท่าตัว

ข้อเสียของเทคโนโลยียานยนต์ไร้คนขับ

ทุกอย่างในโลกนี้ไม่ได้มีข้อดีอย่างเดียวนะ ก็ย่อมมีข้อเสียด้วยเช่นกัน แต่ข้อเสียบางอย่างก็อาจจะดีขึ้นได้ในอนาคต ซึ่งเราจะแบ่งข้อเสียต่างๆ ออกมาเป็นข้อๆ ดังนี้
1. รถยนต์ราคาค่อนข้างสูง
รถยนต์พลังงานไฟฟ้า จะต้องใช้การผลิตที่มีประสิทธิภาพสูง ย่อมส่งผลให้รถยนต์ประเภทดังกล่าวราคาสูงมาก เช่น Tesla Model S ที่มีราคาสูงถึง 2 ล้านกว่าบาท หรือแม้แต่รถยนต์ที่มีราคาถูกสุดอย่าง Nissan Leaf ก็ยังมีราคาเริ่มต้นในสหรัฐฯ สูงถึง 1 ล้านบาทเลยทีเดียว
2. ระยะทางถูกจำกัด
การเดินทางด้วยรถยนต์ระบบอัตโนมัติ จะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการทำงาน และรถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้นที่มีความจุแบตเตอรี่จำกัด ก็อาจจะเดินทางได้ไม่ไกลมากนัก จะต้องคอยหาสถานที่สำหรับชาร์ตแบตอยู่ตลอดเวลา หรือใช้งานแบบผิดวิธีก็อาจจะทำให้รถยนต์เกิดติดขัด และเสียหายได้เช่นกัน
3. ไม่ได้เหมาะกับทุกคนเสมอไป
ถึงข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นมิตรต่อโลกและสิ่งแวดล้อม แต่ก็คงเป็นตัวเลือกน้อยสำหรับผู้ใช้บริการอยู่ดี ด้วยเหตุผลและข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น การใช้แบตเตอรี่ที่มีจำกัด ต้องคอยชาร์จไฟให้เพียงพอเมื่อเดินทางไกล หรือระบบเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเกินไป จนไม่สามารถเข้าใจการใช้งานอย่างแท้จริง
4. ยังไม่แน่ชัดในความปลอดภัย
จากที่กล่าวมาข้างต้นว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ก็จริง แต่ต้องบอกตามตรงเลยว่า ด้านความปลอดภัยยังไม่ค่อยแน่ชัดสักเท่าไหร่ เพราะระบบการทำงานของรถยนต์ไฟฟ้าค่อนข้างสลับซับซ้อน เราจะมั่นใจได้อย่างไรใช่ไหมล่ะ ? ว่าบางรายจะผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ และปลอดภัยต่อการใช้งาน สำหรับในกรณีเคสที่ผ่านมาได้มีการทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา แล้วเกิดชนกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จนพังเสียหาย จึงจำเป็นต้องตรวจสอบที่มาที่ไป และระบบการทำงานต่างๆ หรือจะเลือกซื้อในอนาคตก็ต้องตัดสินใจให้ดีว่าจะใช้งานในบ้านเราได้จริงใช่ไหม ถ้าหากเราเดินทางในระยะทางไกล หรือเปิดแอร์ทิ้งไว้นาน ก็อาจจะทำให้เเบตเตอรี่หมด รถเสียได้ และยิ่งเราไม่รู้วิธีซ่อม ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกัน จนกว่าในอนาคตจะมีการทดสอบให้แน่ชัดก่อนว่ารถยนต์ไร้คนขับจะสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างปลอดภัยจริงๆ 
 
หากนำเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่เข้ามาใช้งาน ก็จะทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของคุณเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนยุคใหม่ได้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามคงเป็นเรื่องของอนาคตอีกเช่นกัน ไม่ว่าเทคโนโลยีจะล้ำสมัยไปไกลแค่ไหน ความประมาทก็ยังเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรเฝ้าระวังเสมอ  การมีประกันรถยนต์ที่ดีจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่เสมอ ช่วยครอบคลุมดูแลรถยนต์ที่คุณรัก ให้วางใจได้ทุกเวลา และปลอดภัยที่สุด หากต้องการ ประกันรถยนต์ออนไลน์ซื้อกับ Frank.co.th ได้เช่นกันนะ มีให้คุณเลือกตามใจชอบ !!
แหล่งข้อมูล:

  • www.posttoday.com/auto/507566
  • www.moneyguru.co.th/blog/รถยนต์ไฟฟ้า
  • www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_2061937
  • www.credit-suisse.com/corporate/en/articles/news-and-expertise/the-car-you-will-be-driving-in-2040-top-10-predictions-201803.html
  • www.geospatialworld.net/blogs/intel-self-driving-cars-roads-by-2050/

เช็คเบี้ยประกันรถยนต์
 

The post อนาคตเทคโนโลยีรถยนต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นใน ปี 2040 และ 2050 ?? appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
เทคโนโลยียานยนต์น่ารู้ช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c2018?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%2584%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c2018 Wed, 19 Sep 2018 05:23:03 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=4051 นอกจากจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ออนไลน์ ตั้งแต่ประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2+ และประกันรถยนต์ชั้น 3 หรือ 3+ สำหรับคอลัมน์เทคโนโลยีของ Frank.co.th บอกเล่าเรื่องราวเทคโนโลยียานยนต์ ยนตรกรรมแห่งความปลอดภัยของรถยนต์ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการขับขี่ ช่วยให้ทุก ๆ การเดินทางมั่นใจยิ่งขึ้นบอกเลยว่า "มือใหม่หัดขับต้องเรียนร

The post เทคโนโลยียานยนต์น่ารู้ช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
นอกจากจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันรถยนต์ออนไลน์ ตั้งแต่ประกันชั้น 1, ประกันชั้น 2+ และประกันรถยนต์ชั้น 3 หรือ 3+ สำหรับคอลัมน์เทคโนโลยีของ Frank.co.th บอกเล่าเรื่องราวเทคโนโลยียานยนต์ ยนตรกรรมแห่งความปลอดภัยของรถยนต์ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการขับขี่ ช่วยให้ทุก ๆ การเดินทางมั่นใจยิ่งขึ้นบอกเลยว่า "มือใหม่หัดขับต้องเรียนรู้นะจ๊ะ"

ระบบเตือนการชนคันหน้า และระบบช่วยเบรคอัตโนมัติ

นอกจากถุงลมนิรภัย โครงสร้างรถที่ดีแล้ว อย่างที่ทราบกันว่าควรขับรถเว้นระยะห่างให้พอสมควร เช่น ทุกอัตราเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ควรจะขับเว้นระยะห้างประมาณ 5 เมตร  
สำหรับเทคโนโลยียานยนต์ด้านความปลอดภัยที่ช่วยเพิ่มศักยภาพการขับขี่อย่างระบบเตือนการชนด้านหน้า Forward Collision Warning หรือ FCW ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นเสริมของรถยนต์ที่ป้องกันการชนท้ายรถยนต์ ช่วยตรวจจับบุคคล รถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือสิ่งของบริเวณหน้ารถ พร้อมเตือนบนหน้าปัด ระบบดังกล่าวริเริ่มโดยวอลโว่จากสวีเดน ภายใต้ชื่อ City Safety ซึ่งเป็นระบบแรกเริ่มของระบบ FCWS เลยล่ะ
สำหรับการทำงานของ FCWS จะส่งเสียงเตือนคนขับเพื่อให้รู้ว่า คุณขับรถใกล้กับคันหน้ามากเกินไปแล้ว การันตีแล้วว่า ระบบ FCW ช่วยดูแลผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เพิ่มความปลอดภัยจริง ๆ จากการทดสอบอย่างเป็นทางการโดยสถาบันประกันความปลอดภัยบนทางหลวงของสหรัฐฯ หรือ Insurance Institute for Highway Safety  (IIHS) ระบุว่า ระบบ FCW ช่วยลดอุบัติเหตุรถชนท้ายได้ถึง 39% และช่วยลดอัตราการบาดเจ็บได้ 42% เชียวล่ะ ซึ่งมีประโยชน์ต่อผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก
เพื่อให้ระบบเตือนการชน FCW ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยียานยนต์รุ่นใหม่ควรมีระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Automatic Emergency Braking (AEB) หรือช่วยเบรคอัตโนมัติที่ใช้งานร่วมกันด้วย โดย FCW มีระบบประมวลผล เซ็นเซอร์ตรวจจับ เรดาห์สั่งเบรกป้องกันการชนท้าย แบ่งตามการใช้งาน เช่น

    • City AEB เบรกฉุกเฉินเพื่อขับในเมือง เริ่มทำงานเบรกอัตโนมัติ ช่วยผู้ขับขี่ชะลอรถยนต์ในช่วงความเร็วไม่เกิน 30-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    • Inter-Urban AEB เบรกฉุกเฉินการขับระหว่างเมือง มีเซนเซอร์ที่แม่นยำกว่า City AEB เรดาห์มีความแม่นยำสูง พร้อมกับเซนเซอร์หลายจุดช่วยเบรกรถได้หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน

เรียกได้ว่าเป็นระบบที่เหมาะสำหรับนักขับมือใหม่ หรือผู้ที่ต้องขับขี่รถยนต์ตลอดเวลา เพราะช่วยเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ลดการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ
ลองประกันรถยนต์ frank.co.th สิครับ

เตือนรถออกนอกเลนส์

สำหรับเทคโนโลยียานยนต์เตือนรถออกนอกเลนส์ Lane Departure Warning (LDW) เหมาะสำหรับคนขับรถทางไกล และจำเป็นต้องขับรถเดินทางทุกวัน ป้องกันการเบี่ยง ตกถนน และอื่น ๆ เนื่องจากระบบ LDW ช่วยแจ้งทันทีหากคุณขับรถหลุดออกจากเลนรถ หากง่วง หลับใน หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยจะเตือนบนหน้าคอนโซลรถยนต์
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่า เทคโนโลยียานยนต์ระบบ LDW อ้างอิงข้อมูลจากสถาบันประกันความปลอดภัยบนทางหลวงของสหรัฐฯ หรือ IIHS เปิดเผยว่า “ระบบนี้จะช่วยป้องกันรถยนต์ตกถนนและการเบี่ยงเลนได้ถึง 11% แถมยังช่วยลดอุบัติเหตุบนถนนในอเมริกาได้ถึง 50% ”
ทว่าระบบ LDW ดังกล่าวอาจจะมีขีดจำกัดอยู่บ้าง เช่น เซนเซอร์ไม่สามารถทำงานตอนมืดสนิท หิมะตก ฝนตกหนัก หรือตอนที่หมอกลงจัด สรุปว่าแม้รถของคุณจะมีระบบนี้ ก็อย่าชะล่าใจ ต้องระมัดระวังการขับขี่ให้ดีนะครับ   
เทคโนโลยียานยนต์

ระบบติดตามแรงดันยาง

เพราะลมยางที่ดีจะช่วยให้การขับขี่มีประสิทธิภาพ หากคุณเป็นนักขับที่ไม่ได้ใช้งานรถบ่อย ๆ หรือเป็นคนที่ไม่มีเวลาเช็กลมยางรถยนต์เลย เทคโนโลยียานยนต์เซนเซอร์ TPMS ช่วยติดตามแรงลมยางจะสามารถช่วยคุณได้ ! เนื่องจากสามารถเช็กแรงดันยางภายในว่า ยางแบน หรือลมยางอยู่ในปริมาณพอเหมาะที่จะขับขี่หรือไม่ จะได้รีบเติมให้ทัน ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุได้มากโข และช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้เป็นอย่างดีล่ะ

กล้องรอบคันช่วยให้เห็นทุกมุมมอง

หมดปัญหาการมองไม่เห็นกับระบบกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทางแบบ 360 องศา Intelligent Around View Monitor (AVM) ตรวจสับส่งสัญญาณเตือนวัตถุ เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ให้นักขับมือใหม่มั่นใจยิ่งขึ้น เป็นจอมอนิเตอร์ช่วยขับเพิ่มมุมมองนอกเหนือจากกระจกข้างรถยนต์นั้นเอง   
และทั้งหมดนี้ก็เป็นเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่น่าสนใจที่ช่วยปกป้องชีวิตทรัพย์สินให้ปลอดภัย ลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ ช่วยให้ชีวิตการขับขี่ง่ายขึ้นอีกด้วย เพื่อให้ชีวิตของคุณปลอดภัยอย่างสูงสุด อย่าลืมต่อพ.ร.บ. รถยนต์และต่อภาษีเป็นประจำทุกปี พร้อมกับซื้อประกันรถยนต์เติมความคุ้มครองให้คุณด้วยนะครับ
แหล่งข้อมูล:

Content by Butter Cutter

The post เทคโนโลยียานยนต์น่ารู้ช่วยลดอุบัติเหตุบนท้องถนน appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>