เคล็ดลับรถยนต์ Archives - Bolttech Blog - News & Updates Bolttech Blog - News & Updates Wed, 26 Jun 2024 09:44:29 +0000 th hourly 1 https://wordpress.org/?v=6.0.3 https://www.bolttech.co.th/blog/wp-content/uploads/2021/02/favicon.ico เคล็ดลับรถยนต์ Archives - Bolttech Blog - News & Updates 32 32 รถยนต์ไฟฟ้า VS รถยนต์ไฮบริด ต่างกันอย่างไร? https://www.bolttech.co.th/blog/hybrid-evcar?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=hybrid-evcar Sat, 30 Mar 2024 04:00:00 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog/?p=33759 อยากจะซื้อรถใหม่ เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับตัวเอง เอาไว้ขับรถเที่ยวจะได้สะดวกขึ้น ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันนี้รถยนต์มีหลายประเภทมากมาย แต่ละประเภทจะมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันไป หากเป็นรถยนต์ไฮบริดจะสามารถขับเคลื่อนได้ทั้งพลังงานน้ำมันและไฟฟ้า แล้วยังมีนวัตกรรมยานยนต์รูปแบบใหม่ ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% อย่างเช่น รถยนต์ไฟฟ้า นอกจ

The post รถยนต์ไฟฟ้า VS รถยนต์ไฮบริด ต่างกันอย่างไร? appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
อยากจะซื้อรถใหม่ เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับตัวเอง เอาไว้ขับรถเที่ยวจะได้สะดวกขึ้น ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันนี้รถยนต์มีหลายประเภทมากมาย แต่ละประเภทจะมีข้อดีข้อเสียที่ต่างกันไป หากเป็นรถยนต์ไฮบริดจะสามารถขับเคลื่อนได้ทั้งพลังงานน้ำมันและไฟฟ้า แล้วยังมีนวัตกรรมยานยนต์รูปแบบใหม่ ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% อย่างเช่น รถยนต์ไฟฟ้า นอกจากช่วยลดโลกร้อน มลพิษทางอากาศแล้ว แถมช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ไม่ต้องเสียค่าน้ำมัน ไม่ต้องบำรุงรักษามากมาย ทั้งนี้รถยนต์ Hybrid กับ รถ EV จะต่างอย่างไร?  บทความนี้มีคำตอบ!

1) รถยนต์ไฮบริด (Hybrid)

รถยนต์ไฮบริด

รถยนต์ไฮบริด เป็นรถยนต์ประเภทลูกครึ่ง ที่ผสมผสานระหว่างการใช้พลังงานไฟฟ้ากับพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิง ในส่วนของแบตเตอรี่รถยนต์ไฮบริดนั้นจะมีการผลิตขึ้นสำหรับรถยนต์ไฮบริดโดยเฉพาะ หลักการทำงานคือช่วงที่เราขับขี่ปกติโดยใช้ความเร็วรอบต่ำ เป็นการใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ทั้งหมด โดยทั่วไปเราจะรู้จักกันในโหมดการขับขี่แบบปกติ แต่เมื่อไหร่ที่มีการเร่งความเร็วรอบที่สูงขึ้น หรือปรับเป็นโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต จะเป็นการสลับดึงพลังงานเชื้อเพลิงมาใช้

ข้อดีของรถยนต์ไฮบริด คือ หากว่าแบตเตอรี่รถยนต์หมด ยังสามารถขับต่อไปได้  เนื่องจากยังมีพลังงานน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองอยู่ เหมาะกับการใช้งานในระยะทางไกล ส่วนข้อเสียคือ รถไฮบริด จะใช้ชิ้นส่วนของอะไหล่เยอะ เนื่องจากเป็นการทำงานทั้ง 2 ระบบ มีขั้นตอนบำรุงค่อนข้างที่เยอะกว่า เสียค่าซ่อมบำรุงมากกว่าเมื่อเทียบกับรถไฟฟ้า 100%

ความแตกต่างระหว่าง การขับขี่โหมดธรรมดากับโหมดสปอร์ต

การขับขี่ด้วยโหมดธรรมดาค่อนข้างง่าย สะดวก สบาย ขับได้เรื่อยๆ ส่วนการขับขี่โหมดสปอร์ตจะช่วยเพิ่มความสนุก ตื่นเต้นในการเร่งความเร็ว การสับเปลี่ยนเกียร์

2) รถยนต์ไฟฟ้า (EV)

รถยนต์ไฟฟ้า EV

รถยนต์ไฟฟ้า หรือที่รู้จักกันในชื่อ รถ EV ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100%  ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การขับเคลื่อน การออกคำสั่ง ส่วนประกอบสำคัญที่สุด คือ แบตเตอรี มอเตอร์ไฟฟ้า และ อุปกรณ์แปลงกระแสไฟฟ้า ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าวิ่งได้อยู่สม่ำเสมอ ใช้การชาร์จไฟแทนการเติมน้ำมัน ส่วนระยะเวลาชาร์จนานเท่าไรขึ้นอยู่กับรถแต่ละคัน โดยหลักการทำงานคือ ตัวแปลงกระแสไฟฟ้าจะดึงพลังงานจากแบตเตอรีที่เป็นแหล่งเก็บไฟฟ้ากระแสตรง แปลงไปเป็นกระแสสลับแล้วส่งไปที่มอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อให้รถยนต์ไฟฟ้าสามารถใช้งานได้

ข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้า คือ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถประหยัดพลังงานได้  โดยชิ้นส่วนอะไหล่มีน้อยทำให้ประหยัดค่าซ่อมบำรุง ส่วนข้อเสียคือ เมื่อแบตเตอรี่หมดจะไม่สามารถขับต่อได้ ขับได้ในระยะทางที่ไม่ไกลมากเวลาจะไปไหนต้องคำนวณระยะทางให้ดี บวกกับสถานีชาร์จรถไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ ต้องใช้เวลาในการชาร์จนานกว่าการเติมน้ำมัน เมื่อส่งซ่อมอาจจะต้องรออะไหล่นาน

วิธีเลือกซื้อรถยนต์ ลองคิดพิจารณาดูว่าไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และความต้องการของคุณเป็นแบบไหน ก็จะช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เมื่อออกรถใหม่ป้ายแดง เพื่อนๆ อย่าลืมทำ ประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่คุ้มครองครอบคลุมได้มากที่สุด ทั้งอุบัติเหตุไม่มีคู่กรณีและมีคู่กรณี คุ้มครองรถสูญหายจากโจรกรรม รถไฟไหม้ รถน้ำท่วม รวมถึงค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ซื้อง่ายผ่านทางออนไลน์ มีทั้งผ่อนบัตรและผ่อนเงินสดก็ได้ กับ bolttech.co.th เช็คเบี้ยประกันเทียบแผนเองได้ รู้ราคาทันที พร้อมรับสิทธิพิเศษเพียบ!

The post รถยนต์ไฟฟ้า VS รถยนต์ไฮบริด ต่างกันอย่างไร? appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
5 วิธีดูแลรักษารถยนต์ในช่วงหน้าร้อน https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%99?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%258a%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599 Wed, 06 Mar 2024 04:45:00 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog/?p=33236 อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ ถึงเวลาที่ต้องดูแลรถกันแล้ว เนื่องจากความร้อนอาจทำให้รถยนต์เสียหายตามมา อย่างเช่น ยางรถยนต์บวม ระบบไฟฟ้าทำงานผิดปกติ  เครื่องยนต์ร้อนสูง เป็นต้น การดูแลรักษารถยนต์ จะช่วยยืดอายุการใช้งานรถของคุณได้ ไม่ให้เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ และวันนี้ bolttech.co.th มีวิธีดูแลรักษารถยนต์ในช่วงหน้าร้อนนี้ มาอ่าน

The post 5 วิธีดูแลรักษารถยนต์ในช่วงหน้าร้อน appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ ถึงเวลาที่ต้องดูแลรถกันแล้ว เนื่องจากความร้อนอาจทำให้รถยนต์เสียหายตามมา อย่างเช่น ยางรถยนต์บวม ระบบไฟฟ้าทำงานผิดปกติ  เครื่องยนต์ร้อนสูง เป็นต้น การดูแลรักษารถยนต์ จะช่วยยืดอายุการใช้งานรถของคุณได้ ไม่ให้เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ และวันนี้ bolttech.co.th มีวิธีดูแลรักษารถยนต์ในช่วงหน้าร้อนนี้ มาอ่านกันเลย!!

1) หลีกเลี่ยงการจอดรถกลางแจ้ง

การจอดรถในที่มีแดดแรงๆ อาจทำให้อุณหภูมิภายในรถเพิ่มขึ้นรวดเร็ว เราควรเลือกที่จอดรถในที่ที่มีร่มเงา เช่น ใต้ต้นไม้ เงาตึก หากจำเป็นต้องจอดรถกลางแจ้ง ควรหาผ้าใบหรืออุปกรณ์อื่นๆ มาคลุมรถไว้ เพื่อช่วยลดความร้อนที่จะเข้าของรถ และ ความร้อนจากแดดยังอาจทำให้สีรถซีดจางได้ เนื่องจากความร้อนจะทำให้สีรถยนต์เสื่อมสภาพ

2) ติดฟิล์มกรองแสง

เครื่องยนต์ร้อนสูง

การติดฟิล์มกรองแสงที่มีคุณภาพ สามารถป้องกันรังสี UV ที่ส่งผลกระทบต่อสีรถ ทำให้รถดูไม่เก่าโทรม และป้องกันภายในรถจากรังสีแสงอาทิตย์ที่ทำลายเบาะ รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ ภายในห้องโดยสาร โดยฟิล์มกรองแสงที่ดีควรมีค่าการลดความร้อน (VLT) ต่ำ อย่างเช่น 40% หรือน้อยกว่า ช่วยให้ความร้อนผ่านเข้ามาในรถได้น้อยลง ส่งผลให้ภายในตัวรถเย็นสบายขึ้น และฟิล์มกรองแสงยังช่วยป้องกันรังสียูวีไม่ให้เข้าสู่ภายในรถ ไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนสูง

3) ตรวจสอบยางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ

เจ้าของรถควรตรวจสอบรถยนต์ เติมลมยางรถให้ถูกต้องสม่ำเสมอ เนื่องจากความร้อนอาจทำให้ลมในยางรถหดลง ลมยางอ่อนตัวลง ส่งผลให้ยางรถยนต์บวม แตก และทำให้ยางมีโอกาสสึกหรอได้ในที่สุด นอกจากนี้ยางรถยนต์ที่มีแรงดันลมยางอ่อน อาจทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าปกติ ดังนั้นควรตรวจสอบแรงดันลมยางอย่างสม่ำเสมอ หากแรงดันลมยางอ่อนควรเติมลมยางให้เหมาะสมกับคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์

เติมลงยางรถ

4) เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและระบบหล่อเย็น

น้ำมันเครื่อง ระบบหล่อเย็น จะช่วยระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ แต่หากเครื่องยนต์ร้อนสูงมากเกินไป น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ ระบบหล่อเย็นทำงานผิดปกติ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น เครื่องยนต์ร้อนสูง ดังนั้นเจ้าของรถควร เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และ ระบบหล่อเย็นตามระยะเวลาที่แนะนำในคู่มือรถ

5) รถร้อน อย่าเพิ่งเร่งแอร์

การเร่งแอร์ทันทีที่สตาร์ทรถ อาจทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักสูงสุด 30% เพื่อทำความเย็นให้กับห้องโดยสาร ส่งผลให้เครื่องยนต์เกิดความร้อนสูงได้ หรือทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ทำงานหนักเกินไป จนคอมเพรสเซอร์แอร์เสียหายได้ ดังนั้นคุณควรเปิดกระจกรถทิ้งไว้สักครู่ เพื่อให้อากาศร้อนภายในรถระบายออกไปก่อน หลังจากนั้นค่อยเปิดแอร์รถ

การทำประกันรถยนต์ ถือเป็นวิธีคุ้มครองรถยนต์ที่ดีที่สุดไม่แพ้กัน อย่างเช่น ประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองได้ครอบคลุมมากที่สุด ทั้งรถสูญหายจากการโจรกรรม รถน้ำท่วม รถไฟไหม้ สำหรับใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ชั้น 1 ออนไลน์ มีโปรโมชันดีๆ ส่วนลดพิเศษ รู้ราคาทันที เปรียบเทียบแผนเองได้ ที่ bolttech.co.th เท่านั้น! มาเป็นครอบครัวกับเราเลยครับ

ประกันรถยนต์ชั้น 1

The post 5 วิธีดูแลรักษารถยนต์ในช่วงหน้าร้อน appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
ฤกษ์ออกรถ 2567 ในแต่ละเดือน https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b8%a4%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%962567?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%25a4%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a9%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25962567 Mon, 19 Feb 2024 03:00:00 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog/?p=32777 ใครที่มีแพลนจะออกรถ ซื้อรถใหม่ รถป้ายแดง คนไทยหลายคนถือฤกษ์ยามเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับทำพิธีต่างๆ เชื่อกันว่า อาจช่วยทำให้ชีวิตของคุณราบรื่น เสริมการงาน เสริมดวงการเงิน ความสิริมงคลให้กับเจ้าของรถ และหากใครที่กำลังมองหา ฤกษ์ออกรถ 2567 ออกรถวันไหนดี ให้เงินทองปังๆ ลองมาดูกันเลย ฤกษ์ออกรถ 2567 ออ

The post ฤกษ์ออกรถ 2567 ในแต่ละเดือน appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
ใครที่มีแพลนจะออกรถ ซื้อรถใหม่ รถป้ายแดง คนไทยหลายคนถือฤกษ์ยามเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับทำพิธีต่างๆ เชื่อกันว่า อาจช่วยทำให้ชีวิตของคุณราบรื่น เสริมการงาน เสริมดวงการเงิน ความสิริมงคลให้กับเจ้าของรถ และหากใครที่กำลังมองหา ฤกษ์ออกรถ 2567 ออกรถวันไหนดี ให้เงินทองปังๆ ลองมาดูกันเลย

ฤกษ์ออกรถ 2567 ออกรถวันไหนดี?

ต้อนรับปีมะโรง 2567 คนจีนเรียกกันว่า ปีมังกรทอง ลองมาดูกันสิว่า ฤกษ์ออกรถ 2567 ตามวันเกิด ออกรถวันไหนดี ช่วยเสริมโชคลาภ ดวงการเงิน และ คนเกิดวันไหนบ้างที่ไม่ควรออกรถ

ฤกษ์ออกรถ เดือนมกราคม 2567

ฤกษ์ออกรถ มกราคม 2567

  • วันพฤหัสบดีที่ 4 มกราคม 2567 คนเกิดวันจันทร์, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันเสาร์ที่ 6 มกราคม 2567  คนเกิดวันอังคาร, วันพฤหัสบดี,วันศุกร์ ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพุธที่ 17 มกราคม 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันเสาร์ที่ 20 มกราคม 2567 คนเกิดวันอังคาร, วันพฤหัสบดี,วันศุกร์ ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันอังคารที่ 23 มกราคม 2567  คนเกิดวันอาทิตย์, วันอังคาร, คนเกิดวันพุธ (กลางวัน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันจันทร์ที่ 29 มกราคม 2567 คนเกิดวันพฤหัสบดี ไม่ควรออกรถวันนี้

ฤกษ์ออกรถ เดือนกุมภาพันธ์ 2567

ฤกษ์ออกรถ กุมภาพันธ์ 2567

  • วันศุกร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 คนเกิดวันอาทิตย์ ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 คนเกิดวันพฤหัสบดี ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 คนเกิดวันจันทร์,วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้

ฤกษ์ออกรถ เดือนมีนาคม 2567

ฤกษ์ออกรถ มีนาคม 2567

  • วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม 2567 คนเกิดวันจันทร์, วันอังคาร ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันอังคารที่ 5 มีนาคม 2567  คนเกิดวันอาทิตย์, วันอังคาร, คนเกิดวันพุธ (กลางวัน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพฤหัสบดีที่ 14 มีนาคม 2567 คนเกิดวันจันทร์,วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม 2567 คนเกิดวันจันทร์, วันอังคาร ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2567 คนเกิดวันจันทร์,วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันอังคารที่ 26 มีนาคม 2567  คนเกิดวันอาทิตย์, วันอังคาร, คนเกิดวันพุธ (กลางวัน) ไม่ควรออกรถวันนี้

ฤกษ์ออกรถ เดือนเมษายน 2567

ฤกษ์ออกรถ เมษายน 2567

  • วันจันทร์ที่ 1 เมษายน 2567 คนเกิดวันพฤหัสบดี ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพุธที่ 3 เมษายน 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันศุกร์ที่ 12 เมษายน 2567 คนเกิดวันอาทิตย์ ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันจันทร์ที่ 15 เมษายน 2567 คนเกิดวันพฤหัสบดี ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2567 คนเกิดวันจันทร์,วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2567 คนเกิดวันจันทร์,วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้

ฤกษ์ออกรถ เดือนพฤษภาคม 2567

ฤกษ์ออกรถ พฤษภาคม 2567

  • วันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม 2567 คนเกิดวันอาทิตย์ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันอังคารที่ 10 พฤษภาคม 2567 คนเกิดวันอังคาร, คนเกิดวันพุธ (กลางวัน)ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันจันทร์ที่ 13 พฤษภาคม 2567 คนเกิดวันพฤหัสบดีไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2567 คนเกิดวันจันทร์,วันพุธ (กลางคืน)ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2567 คนเกิดวันจันทร์,วันพุธ (กลางคืน)ไม่ควรออกรถวันนี้

ฤกษ์ออกรถ เดือนมิถุนายน 2567

ฤกษ์ออกรถ มิถุนายน 2567

  • วันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2567 คนเกิดวันอังคาร, วันพฤหัสบดี,วันศุกร์ ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพุธที่ 5 มิถุนายน 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2567 คนเกิดวันจันทร์,วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2567 คนเกิดวันจันทร์, วันอังคาร ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพุธที่ 19 มิถุนายน 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันเสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2567 คนเกิดวันอังคารไม่ควรออกรถวันนี้ คนเกิดวันพฤหัสบดี ไม่ควรออกรถวันนี้

ฤกษ์ออกรถ เดือนกรกฎาคม 2567

ฤกษ์ออกรถ กรกฎาคม 2567

  • วันจันทร์ที่ 1 กรกฎาคม 2567 คนเกิดวันพฤหัสบดี ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันจันทร์ที่ 15 กรกฎาคม 2567 คนเกิดวันพฤหัสบดี ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2567 คนเกิดวันจันทร์,วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม 2567 คนเกิดวันจันทร์, วันอังคาร ไม่ควรออกรถวันนี้

ฤกษ์ออกรถ เดือนสิงหาคม 2567

ฤกษ์ออกรถ สิงหาคม 2567

  • วันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567  คนเกิดวันอังคาร, วันพฤหัสบดี,วันศุกร์ ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม 2567 คนเกิดวันจันทร์, วันอังคาร ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพุธที่ 14 สิงหาคม 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2567 คนเกิดวันอังคาร, วันพฤหัสบดี,วันศุกร์ ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันจันทร์ที่ 26 สิงหาคม 2567 คนเกิดวันพฤหัสบดี ไม่ควรออกรถวันนี้

ฤกษ์ออกรถ เดือนกันยายน 2567

ฤกษ์ออกรถ กันยายน 2567

  • วันอังคารที่ 3 กันยายน 2567  คนเกิดวันอาทิตย์, วันอังคาร, คนเกิดวันพุธ (กลางวัน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน 2567 คนเกิดวันจันทร์, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันอาทิตย์ที่ 15 กันยายน 2567 คนเกิดวันจันทร์, วันอังคาร ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันจันทร์ที่ 23 กันยายน 2567 คนเกิดวันพฤหัสบดี ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพุธที่ 25 กันยายน 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้

ฤกษ์ออกรถ เดือนตุลาคม 2567

ฤกษ์ออกรถ ตุลาคม 2567

  • วันอังคารที่ 1 ตุลาคม 2567 คนเกิดวันอาทิตย์, วันอังคาร, คนเกิดวันพุธ (กลางวัน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพุธที่ 9 ตุลาคม 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันเสาร์ที่ 12 ตุลาคม 2567 คนเกิดวันพฤหัสบดีไม่ควรออกรถวันนี้ คนเกิดวันศุกร์ ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพุธที่ 23 ตุลาคม 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2567 คนเกิดวันอาทิตย์ ไม่ควรออกรถวันนี้ 

ฤกษ์ออกรถ เดือนพฤศจิกายน 2567

ฤกษ์ออกรถ พฤศจิกายน 2567

  • วันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2567 คนเกิดวันอาทิตย์ ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2567  คนเกิดวันอาทิตย์ ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2567  คนเกิดวันพฤหัสบดี ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2567 คนเกิดวันอาทิตย์ ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันอาทิตย์ที่ 24 พฤศจิกายน 2567 คนเกิดวันจันทร์, วันอังคาร ไม่ควรออกรถวันนี้

ฤกษ์ออกรถ เดือนธันวาคม 2567

ฤกษ์ออกรถ ธันวาคม 2567

  • วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม 2567 คนเกิดวันจันทร์, วันอังคาร ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพุธที่ 4 ธันวาคม 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพุธที่ 11 ธันวาคม 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2567 คนเกิดวันจันทร์, วันอังคาร ไม่ควรออกรถวันนี้ 
  • วันพุธที่ 18 ธันวาคม 2567 คนเกิดวันเสาร์, วันอังคาร, วันพุธ (กลางคืน) ไม่ควรออกรถวันนี้

ฤกษ์ออกรถ 2567 คนไทยไม่นิยมให้ออกรถในวันพระ ตามความเชื่อโบราณกล่าวว่า การซื้อรถยนต์ ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ หรือพาหนะอื่นๆ ในวันพระ อาจทำให้เจ้าของรถล้มเจ็บ หรือไม่สบายบ่อยๆ (โดยเป็นความเชื่อขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของส่วนบุคคล)

ใครมีแพลนจะซื้อรถใหม่ ออกรถใหม่ ดูฤกษ์ออกรถตามวันเดือนปีเกิดตามนี้ได้ เชื่อกันว่าจะช่วยเสริมโชค เสริมดวงการเงินให้แก่เจ้าของรถ หลังจากออกรถใหม่แล้ว สามารถไหว้แม่ยางนางรถได้เช่นกัน เป็นพิธีเสริมความเป็นสิริมงคลให้ผู้ที่ใช้รถ เชื่อว่าจะเป็นการคุ้มครองให้ผู้ขับขี่รถยนต์ปลอดภัย แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุได้

สุดท้ายนี้วิธีป้องกันอุบัติเหตุได้ดีที่สุด คือ การขับรถด้วยความไม่ประมาท มีสติก่อนสตาร์ตทุกครั้ง

ประกันรถยนต์ชั้น 1

The post ฤกษ์ออกรถ 2567 ในแต่ละเดือน appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
เลือกอู่ซ่อมรถยังไง ไม่ให้โดนหลอก https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%ad%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b5-%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%81?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%258b%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b5-%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2589%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2581 Wed, 18 Nov 2020 03:45:00 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=14081 ใช้บริการอู่ซ่อมรถยนต์ มีมาตรฐานและปลอดภัยหรือไม่ แนะนำให้เลือกอู่ซ่อมรถที่มีประสบการณ์มานาน เน้นบริการที่ดี มีราคามาตรฐาน ก็จะช่วยทำให้ไว้วางใจได้มากขึ้น

The post เลือกอู่ซ่อมรถยังไง ไม่ให้โดนหลอก appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
ก่อนที่เราจะนำรถเข้าอู่ซ่อมรถ อันดับแรกคุณควรตรวจสอบอู่ซ่อมว่า มีมาตรฐานและความปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน? คุณจำเป็นต้องเลือกใช้บริการอู่ซ่อมรถให้ดีๆ เช็กราคาประเมินคร่าวๆ และดูความน่าเชื่อถือด้วย จะช่วยป้องกันไม่ให้คุณถูกช่างหัวหมอย้อมแมวได้ง่ายๆ งั้นลองมาดู 5 เทคนิคสังเกตอู่ซ่อมรถอย่างไรไม่ให้โดนหลอก

1. เลือกอู่ซ่อมรถที่มีมาตรฐานและปลอดภัย

สิ่งแรกคุณจะต้อง “เลือกอู่ซ่อมรถดีๆ ที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย” อย่างน้อยๆ จะทำให้คุณรู้สึกสบายใจระหว่างนำรถยนต์ส่งซ่อม แนะนำให้เลือกหาอู่ซ่อมรถใกล้ที่สุด อาจจะสอบถามจากคนที่คุ้นเคยระแวกใกล้เคียง หรือคนที่เคยนำรถเข้าอู่ซ่อมรถมาก่อน ถือว่าช่วยในการตัดสินใจของคุณได้

2. เลือกอู่ซ่อมรถที่ได้รับการรับรองจาก คปภ.

หากคุณต้องการเลือกใช้บริการอู่ซ่อมรถใกล้ที่สุด แนะนำให้เป็นอู่กลางซ่อมรถที่ผ่านการรับรองจาก คปภ. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) จะทำให้คุณมั่นใจระดับนึงเลยว่าอู่ซ่อมรถยนต์นั้นตรงตามมาตรฐาน นอกจากนี้ถ้าคุณควรเลือกอู่ซ่อมรถในเครือบริษัทประกันที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ กรณีรถเกิดอุบัติเหตุตามเงื่อนไขที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ ก็สามารถส่งซ่อมหรือเคลมได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องสำรองเงินจ่ายไปก่อน

แต่ถ้าคุณเลือกอู่ซ่อมรถยนต์นอกเครือบริษัทประกัน คุณจะต้องสำรองค่าซ่อมรถเอง แล้วค่อยไปเบิกกับทางบริษัทประกันรถยนต์ภายหลัง ดังนั้นคุณควรเลือกที่ผ่านการรับรองดีกว่า เพื่อความสบายใจนั่นเอง

3. เลือกอู่ซ่อมรถที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญ

หลังจากนั้นให้คุณ “เลือกอู่ซ่อมรถยนต์ที่มีประสบการณ์ทำงานมานาน” หรือผู้เชี่ยวชาญแบบเฉพาะทาง อย่างเช่น เจ้าหน้าที่บริการซ่อมเครื่องยนต์ บริการเปลี่ยนอะไหล่ บริการเคลือบสีรถ ขัดไฟ พ่นกันสนิม หรือบริการซ่อมบำรุงทุกประเภท ซึ่งความเป็นมืออาชีพเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณหายห่วงทุกครั้งที่เข้ารับบริการ

ซ่อมศูนย์กับซ่อมอู่แบบไหนถึงใช่สำหรับคุณ ต้องเข้าใจก่อนว่าแต่ละแบบมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน ไม่ว่าจะค่าซ่อม สถานที่ให้บริการ ระยะเวลาซ่อม และมีผลต่อค่าเบี้ยประกันรถยนต์ด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณ

4. เลือกอู่ซ่อมรถที่มีการรับประกันหลังซ่อม

“เพราะบริการเป็นหัวใจหลักของลูกค้า” อู่ซ่อมรถยนต์ที่ดีนั้นควรมีบริการซ่อมรถที่ดีและน่าเชื่อถือ เช่น การดูแลลูกค้าระหว่างการซ่อมรถยนต์ การบริการหลังการขาย การรับประกันหลังจากซ่อมรถเสร็จ และอู่ซ่อมรถที่ดีจะต้องคอยติดต่อลูกค้า พร้อมกับรายการความคืบหน้าในการส่งซ่อมรถเป็นอย่างดี รวมถึงบริการที่รวดเร็ว ตอบโจทย์คุณภาพที่น่าพึงพอใจ

5. เลือกอู่ซ่อมรถที่มีราคามาตรฐาน

สิ่งสุดท้ายที่คุณจะต้องตรวจสอบก่อนนำรถเข้าอู่ คือ “ค่าซ่อมรถยนต์” เพื่อป้องกันไม่ให้อู่ซ่อมรถยนต์หลอกเก็บเงินคุณในภายหลัง คุณควรสอบถามราคาซ่อมรถยนต์ให้ชัดเจน หรือเช็กราคาประมาณคร่าวๆ แต่ถ้าคุณไม่มั่นใจว่าราคาที่อู่ซ่อมเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ แนะนำให้ลองเปรียบเทียบราคากับอู่ซ่อมรถยนต์ที่อื่นด้วย จะได้ไม่โดนเอาเปรียบ

ทั้งนี้ใครที่ต้องการใช้บริการอู่ซ่อมรถเพื่อเคลมประกัน ตามปกติแล้วทางอู่ซ่อมรถยนต์จะประเมินราคาซ่อมรถส่งให้กับบริษัทประกันรถยนต์อนุมัติก่อน พอหลังจากบริษัทประกันรถยนต์ทำการอนุมัติเเล้ว จะทำการส่งซ่อมหรือเคลมรถให้กับคุณตามเงื่อนไข

ก่อนที่เราจะใช้บริการอู่ซ่อมรถยนต์ คุณควรตรวจสอบให้ดีว่าอู่ซ่อมรถนั้นมีมาตรฐาน มีความน่าเชื่อถือและบริการที่ดีมากน้อยแค่ไหน แล้วที่สำคัญคือ ราคาซ่อมต้องชัดเจน จะทำให้คุณไว้วางใจได้มากขึ้น พอรู้อย่างนี้แล้วเราควรทำประกันรถยนต์ เพื่อคุ้มครองค่าซ่อมรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นบริการซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่รถ ประกันรถยนต์จะดูแลเหมือนมีเพื่อนรู้ใจ ให้บริการง่าย รวดเร็ว และตอบโจทย์คุณได้

The post เลือกอู่ซ่อมรถยังไง ไม่ให้โดนหลอก appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
5 สิ่งไม่ควรทำ เพราะประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%a1%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%87?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b4%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25b8%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587 Fri, 17 Jul 2020 06:10:46 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=12445 หลายคนมักจะอุ่นใจในการขับขี่รถบนท้องถนนมากขึ้นเมื่อมีประกันรถยนต์คุ้มครองอยู่ เพราะไม่ว่าเราจะขับขี่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ทางประกันก็จะให้ความคุ้มครองแก่เราและคู่กรณี แต่ใช่ว่าทุกกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจะได้รับความคุ้มครองเสมอไป วันนี้เราลองมาดูกันดีกว่าว่า 5 สิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง 

The post 5 สิ่งไม่ควรทำ เพราะประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
หลายคนมักจะอุ่นใจในการขับขี่รถบนท้องถนนมากขึ้นเมื่อมีประกันรถยนต์คุ้มครองอยู่ เพราะไม่ว่าเราจะขับขี่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ทางประกันก็จะให้ความคุ้มครองแก่เราและคู่กรณี แต่ใช่ว่าทุกกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจะได้รับความคุ้มครองเสมอไป วันนี้เราลองมาดูกันดีกว่าว่า 5 สิ่งที่ไม่ควรทำ เพราะประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง  จะมีอะไรกันบ้าง

เมาแล้วขับ

อย่างที่ทุกคนทราบกันอยู่แล้วว่า เมาแล้วขับเท่ากับอันตราย หลายบริษัทประกันรถยนต์จะไม่คุ้มครองกรณีนี้ หากเพื่อนๆ มีระดับแอลกอฮอลล์ในเลือดเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น ก็ยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งยังผิดกฏหมายอีกด้วย
สิ่งไม่ควรทำ เพราะประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง

ไม่มีใบขับขี่

หากคนขับไม่มีใบขับขี่รถยนต์ หรือไม่เคยสอบใบขับขี่เลย ต่อให้มีประกันคุ้มครองอยู่แต่ทางบริษัทก็ไม่สามารถให้ความคุ้มครองแก่เราได้นะ และอีกกรณีที่เรามีใบขับขี่ แต่ดันลืมพกติดตัวไว้จะยังได้รับความคุ้มครองอยู่ เพียงแต่จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกค่าปรับได้ ดังนั้น เราควรพกติดตัวไว้ตลอดจะดีกว่า

นำรถยนต์เพื่อใช้ลากจูง

ถ้าเพื่อนๆ นำรถของตัวเองไปใช้ลากจูงช่วยรถคันอื่นนั้น ทางบริษัทประกันจะไม่ให้ความคุ้มครองด้วย  เพราะถือว่าเป็นการใช้งานรถแบบผิดประเภท หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างนี้จะไม่ได้รับความคุ้มครองใดๆ เลย ยกเว้นอย่างเดียวคือ รถลากจูงที่ทางบริษัทออกแบบมาใช้งานเฉพาะเท่านั้น

ใช้ในทางผิดกฎหมาย

สำหรับการนำรถยนต์ของเราไปใช้ในทางผิดกฎหมาย เช่น การนำรถไปเพื่อปล้นทรัพย์หรือขนส่งของที่ผิดกฏหมาย จนเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง หรือความเสียหายกับตัวรถ แบบนี้ทางบริษัทประกันจะไม่ให้ความคุ้มครองใดๆ ทั้งสิ้น
สิ่งไม่ควรทำ เพราะประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง

ใช้งานนอกเหนือกรมธรรม์ไว้

กรณีที่เพื่อนๆ นำรถยนต์ที่ทำประกันไว้เรียบร้อยแล้วไปใช้งานที่อยู่นอกเหนือกรมธรรม์นั้น หากเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายขึ้นมาจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกัน  สมมติว่า นาย ก. จดทะเบียนเป็นรถยนต์ส่วนบุคคล แต่กลับนำไปใช้งานในเชิงพาณิชย์ เป็นต้น
เมื่อเรารู้ทันข้อห้ามที่กล่าวมาแล้วก็ควรปฎิบัติตามข้อตกลงตามบริษัทประกันกันด้วยนะ ส่วนใครที่ยังไม่มีระกันรถยนต์แนะนำให้มีติดรถเผื่อไว้ก่อน เพราะถ้าหากเป็นฝ่ายผิดขึ้นมา เราจะได้มีประกันไว้คอยเจรจา ช่วยคุ้มครองความเสียหายให้กับเราและคู่กรณีด้วย
ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com
 

The post 5 สิ่งไม่ควรทำ เพราะประกันรถยนต์ไม่คุ้มครอง appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
ฝนตก ถนนลื่น ขับมอไซค์ยังไงให้ปลอดภัย https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%84%e0%b8%8b%e0%b8%84%e0%b9%8c%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b8%a2%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%a0%e0%b8%b1%e0%b8%a2?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2598%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25ad%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%2584%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%259d%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a2 Fri, 12 Jun 2020 07:58:55 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=11940 ตอนเช้าร้อน ตอนเย็นฝนตกหนัก เป็นสัญญาณว่าประเทศไทยเข้าสู่หน้าฝนแล้ว ถ้าใครที่ทำงานอยู่บ้านก็คงไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคนที่ต้องเดินทางไปทำงาน ใช้รถยนต์หรือขับมอไซค์ทุกวัน เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอกับ “ถนนลื่น” เสี่ยงอุบ้ติเหตุมากขึ้น ทำให้ชาวสองล้อต้องระมัดระวังในการขับขี่มากขึ้น วันนี้ แฟรงค์ในฐานะมิตรรักนักขับ จะขอแนะนำ วิธี

The post ฝนตก ถนนลื่น ขับมอไซค์ยังไงให้ปลอดภัย appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
ตอนเช้าร้อน ตอนเย็นฝนตกหนัก เป็นสัญญาณว่าประเทศไทยเข้าสู่หน้าฝนแล้ว ถ้าใครที่ทำงานอยู่บ้านก็คงไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าคนที่ต้องเดินทางไปทำงาน ใช้รถยนต์หรือขับมอไซค์ทุกวัน เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องเจอกับ “ถนนลื่น” เสี่ยงอุบ้ติเหตุมากขึ้น ทำให้ชาวสองล้อต้องระมัดระวังในการขับขี่มากขึ้น วันนี้ แฟรงค์ในฐานะมิตรรักนักขับ จะขอแนะนำ วิธีการขับขี่มอไซค์อย่างไรให้ปลอดภัยในวันฝนตก ถนนลื่น ไปดูกัน!

1. เช็กดอกยางให้มั่นใจ


การควบคุมรถให้เกาะถนนแบบเหนียว แน่น หนึบนั้น ดอกยางนั้นสำคัญมากครับ ยิ่งในวันที่ถนนลื่นจากน้ำฝนด้วยแล้ว ยิ่งต้องดูให้มั่นใจว่าดอกยางบนยางของเรานั้นชัดเจน พร้อมเกาะถนน วิธีเช็กก็คือ ดูให้ร่องดอกยางควรมีความลึกไม่น้อยกว่า 3 - 4 มิลลิเมตร ง่ายๆ ก็คือลองใช้นิ้วก้อยวัด ถ้าลึกถึงครึ่งข้อนิ้วก้อยก็ถือว่าโอเคครับ เทคนิคเล็กน้อย คือควรลดลมยางลงประมาณ 1-2 ปอนด์ เพื่อเพิ่มช่วยการยึดเกาะถนนให้มากขึ้น

2. ระบบเบรกต้องพร้อม


แน่นอนว่าในภาวะถนนลื่น ระบบเบรกต้องทำงานมากกว่าปกติ ดังนั้นก่อนจะขับขี่มอไซค์ในวันฝนตก แฟรงค์แนะนำให้ตรวจเช็กระบบเบรกในมอไซค์ของเราให้ทำงานเต็มร้อย ทั้ง ผ้าเบรก น้ำมันเบรก สายเบรก เพื่อให้มั่นใจว่ากลไกทั้งหมดพร้อมใช้งาน เบรกแล้วหยุดทันที ไม่มีดีเลย์ สั่งหยุดเป็นหยุด แบบส้มหยุดเลยนะครับ!

3. ระบบไฟก็สำคัญ


ในวันฝนตก นอกจากถนนลื่นจากน้ำฝนแล้ว ฝนยังทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่น้อยลงด้วย ควรมั่นใจว่า ระบบไฟ ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยวในมอไซค์ของเราทำงานเต็มร้อย ที่สำคัญ แฟรงค์แนะนำว่า ห้ามใช้ไฟสูงนะครับ เพราะไฟสูงจะไปสะท้อนกับเม็ดฝนและน้ำที่ขังอยู่ จนฟุ้งและทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่แย่ลง ควรใช้ไฟต่ำในการขับขี่แทนนะครับ เพราะจะทำให้รถที่อยู่ใกล้ ๆ สามารถเห็นรถของเราชัดเจนขึ้น

4. ลดความเร็ว เผื่อระยะเบรก


แน่นอนว่าถนนลื่นแบบนี้ ย่อมทำให้รถของเราลื่นไถลได้มากขึ้น ดังนั้น เราควรลดความเร็วขณะขับมอไซค์ลง นอกจากนั้น ยังควรเว้นระยะห่างจากรถคันข้างหน้าและหลังให้มากขึ้นด้วยนะครับ

5. ถ้าน้ำท่วมสูง ห้ามดับเครื่อง


เป็นอันรู้กันว่า ประเทศไทย ยิ่งกรุงเทพมหานครนั้น ฝนตกชั่วโมงเดียวก็มีน้ำท่วมขังสูงซะแล้ว ซึ่งปัญหาที่หลายคนพบเจอ น้ำเข้าท่อจนเครื่องดับ วิธีแก้ก็คือ ห้ามดับเครื่องยนต์โดยเด็ดขาด ให้เราใช้เกียร์ต่ำแทน และรักษาความเร็วให้คงที่ตอนลุยน้ำ เพื่อให้มีแรงดันจากท่อไอเสียดันน้ำออก แต่ถ้าน้ำมันท่วมขังสูงเกิน 30 เซนติเมตร แนะนำว่าอย่าลุยดีกว่าครับ

6. มีประกันให้พร้อม

นอกจากจะเตรียมตัว เตรียมรถมอไซค์ฝั่งเราให้พร้อมแล้ว ก็อย่ามองข้าม ประกันรถมอเตอร์ไซค์ ด้วยนะครับ เพราะแม้เราจะเตรียมพร้อม ระมัดระวังอย่างเต็มที่ในการขับรถมอไซค์ลุยฝนแล้ว เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเพื่อนร่วมถนนของเราระมัดระวังดีเหมือนกับเรา ขับอยู่ดีๆ อาจเจอรถคันอื่นไถลมาชนก็เป็นได้ ดังนั้น การมีประกันภัยไว้ดูแลย่อมดีกว่าแน่นอนครับ

ประกันรถมอเตอร์ไซค์

The post ฝนตก ถนนลื่น ขับมอไซค์ยังไงให้ปลอดภัย appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
น้ำมันรถรั่วเกิดจากสาเหตุอะไร แล้วต้องทำยังไง https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a3 Wed, 27 May 2020 03:55:10 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=11835 กำลังจะขับรถไปทำงานอย่างร่าเริง แต่จู่ๆ ก็เกิดน้ำมันรั่วใต้ท้องรถซะงั้น เอาละสิ!! ไม่รู้ว่ารถเสียตรงไหนด้วย หากใครที่เคยเจอกับ ปัญหารถยนต์น้ำมันรั่ว หรือน้ำมันหยดใต้ท้องรถเยอะผิดปกติ สาเหตุนั้นมันมาจากอะไรกันแน่ แล้วเกิดอาการแบบนี้ต้องทำยังไง เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจส่งผลอันตรายต่อเครื่องยนต์แน่นอน งั้นลองมาดูกันดี

The post น้ำมันรถรั่วเกิดจากสาเหตุอะไร แล้วต้องทำยังไง appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
กำลังจะขับรถไปทำงานอย่างร่าเริง แต่จู่ๆ ก็เกิดน้ำมันรั่วใต้ท้องรถซะงั้น เอาละสิ!! ไม่รู้ว่ารถเสียตรงไหนด้วย หากใครที่เคยเจอกับ ปัญหารถยนต์น้ำมันรั่ว หรือน้ำมันหยดใต้ท้องรถเยอะผิดปกติ สาเหตุนั้นมันมาจากอะไรกันแน่ แล้วเกิดอาการแบบนี้ต้องทำยังไง เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจส่งผลอันตรายต่อเครื่องยนต์แน่นอน งั้นลองมาดูกันดีกว่าว่าปัญหาเหล่านี้เกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง เพื่อจะได้รีบตรวจเช็กเครื่องยนต์ทันที

วิธีตรวจสอบน้ำมันรั่วเบื้องต้นสังเกตยังไง

น้ำมันรถรั่วเกิดจากอะไร
เริ่มจากสังเกตได้ง่ายๆ หลังจากจอดรถทิ้งไว้สักครู่ แล้วตรวจดูว่ามีรอยน้ำมันหยดใต้ท้องรถหรือไม่? ถ้าเห็นน้ำมันหยดนองที่พื้นในปริมาณที่มากผิดปกติ ให้สังเกตดูว่าคราบน้ำมันเครื่องที่หยดเป็นสีอะไร เพราะสีน้ำมันรถรั่วจะบ่งบอกได้หลายอาการ แล้วลองสังเกตตำแหน่งรถยนต์น้ำมันรั่วด้วยว่าอยู่ตรงบริเวณด้านซ้ายหรือด้านขวา อาจเกิดจากส่วนใดส่วนหนึ่งของรถยนต์เสีย เช่น การรั่วซึมของน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และระบบหล่อน้ำเย็น เป็นต้น ในกรณีที่น้ำมันรั่วไหลปริมาณมากเราจะได้กลิ่นน้ำมันเครื่องที่รั่วซึมออกมาด้วย

สาเหตุน้ำมันหยดใต้ท้องรถเกิดจากอะไร

  • เกิดจากการเสื่อมสภาพของซีลยาง โดยเฉพาะรถที่มีอายุการใช้งานมานาน
  • หากสังเกตเห็นน้ำมันหยดใต้ท้องรถด้านขวา อาจเกิดจากซีลอ่างน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ แหวนรองน็อตถ่ายน้ำมันเครื่องแตก หรือฉีกขาด
  • หากสังเกตเห็นน้ำมันหยดใต้ท้องรถบริเวณด้านซ้าย อาจเกิดจากน้ำมันเกียร์รั่ว หรือประเก็นอ่างน้ำมันเกียร์รั่ว ส่งผลให้เกียร์พังแน่นอน
  • อุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้งาน เช่น รถมีรอยครูด รอยกระแทก และใต้ท้องรถ ก็ทำให้รถยนต์น้ำมันรั่วซึมได้ง่าย
  • ดัดแปลงเครื่องยนต์ เปลี่ยนชิ้นส่วนที่ไม่เข้ากัน หรือขันน็อตยึดติดไม่แน่น

สีน้ำมันที่หยดใต้ท้องรถ บ่งบอกปัญหาเครื่องยนต์อะไรบ้าง

น้ำมันรถรั่วเกิดจากอะไร

1. น้ำมันหยดเป็นสีขุ่นดำ สีน้ำตาล

บ่งบอกว่าเครื่องยนต์น้ำมันรั่ว  ถ้าเราไม่ได้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องบ่อยๆ น้ำมันจะกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีดำ ส่วนสาเหตุที่น้ำมันรั่วไหลออกมานั้นเกิดขึ้นหลายสาเหตุ เช่น แผ่นยาง และแผ่นฝาครอบของเครื่องยนต์มีปัญหา แต่ถ้าคราบรอยน้ำมันมีลักษณะสีเข้มและเหนียวมาก มักเกิดจากน้ำมันเกียร์ธรรมดา หรือน้ำมันเฟืองท้าย

2. น้ำมันหยดเป็นสีแดง 

ส่วนน้ำมันที่หยดเป็นสีแดง (ลื่นมัน) มักจะเป็นที่น้ำมันเกียร์อัตโนมัติ  สันนิษฐานว่าน้ำมันเกียร์รั่ว อาจจะเริ่มซึมเล็กๆ น้อยๆ ตามห้องเกียร์ก่อน หรือรถบางคันก็เกิดจากน้ำมันพาวเวอร์ได้เช่นกัน หากไม่รีบทำการแก้ไขก็ทำให้ชุดเกียร์มีปัญหาในที่สุด

3. น้ำมันหยดสีน้ำตาลอ่อน 

อันนี้มักเกิดจาก น้ำมันเบรกใหม่ๆ  ที่ใช้งานมานานแล้วเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ซึ่งน้ำมันจะสูบฉีดจากสายเบรกเข้าสู่ล้อ แล้วเกิดรั่วไหลออกมา

4. น้ำมันหยดเป็นสีเขียว เหลือง ชมพู

แต่ถ้าน้ำมันหยดเป็นสีเขียว สีเหลือง และสีชมพู อาจจะเป็นที่ระบบความเย็นในเครื่องยนต์  แนะนำให้ตรวจสอบถังระบายน้ำว่ามีปัญหาหรือเปล่า เช่น รอยรั่วที่ถังระบายน้ำ ปั๊มน้ำ สายน้ำยาง รวมถึงระบบหล่อเย็นมีปัญหา หม้อน้ำ วาล์วน้ำ และท่อต่างๆ ที่เสื่อมสภาพ

5. น้ำมันหยดเป็นสีใส

กรณีตรวจพบว่ามีหยดน้ำมันเป็นสีใสปริมาณมากใต้ท้องรถ อาจจะเกิดจากรอยรั่วซึมของหม้อน้ำ  หรือสายยางของทางเดินน้ำ

วิธีแก้ไขน้ำมันรถหยดใต้ท้องรถ ต้องทำยังไง?

น้ำมันรถรั่วเกิดจากอะไร
หากเราสังเกตเห็นรอยน้ำมันหยดใต้ท้องรถมากผิดปกติ สิ่งแรกที่ควรทำก็คือ ให้ดับเครื่องยนต์ก่อนเพราะน้ำมันเป็นแหล่งเชื้อเพลิงอาจทำให้รถเกิดไฟไหม้ได้  แล้วให้ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์ซ่อมรถ หรืออู่ซ่อมรถใกล้บ้านมาตรวจสอบเบื้องต้น  เพื่อเช็กว่าชิ้นส่วนใดของเครื่องยนต์มีรอยรั่วซึม แตกหักหรือไม่ จะได้รีบทำการแก้ไขทันที
นอกจากนี้การตรวจสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะเวลา รวมถึงการขับขี่รถอย่างระมัดระวัง ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้รถยนต์น้ำมันรั่ว แถมยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์อีก แฟรงค์ว่าหากเราลองตรวจเช็กสภาพรถยนต์ก่อนหน้านี้ ดีกว่ามาจ่ายค่าซ่อมรถหลักหมื่นไปจนถึงแสนนะครับ เดินทางไปไหนก็ช่วยให้อุ่นใจมากขึ้น
พอหลังจากรู้สาเหตุน้ำมันรั่วซึมใต้ท้องรถแล้ว อย่าลืม ทำประกันรถยนต์ ประกันรถมอเตอร์ไซค์ เพื่อคุ้มครองทั้งตัวรถตัวคุณในทุกเส้นทาง หรือสามารถซื้อความคุ้มครองพิเศษเพิ่มเติมอย่างน้ำมันเครื่อง หรือน้ำมันหล่อลื่นของรถเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้เช่นกัน มั่นใจเลยว่าคุณจะได้รับความคุ้มครอง และบริการที่ดีที่สุดจากบริษัทประกันภัยชั้นนำ

ประกันรถยนต์ออนไลน์

The post น้ำมันรถรั่วเกิดจากสาเหตุอะไร แล้วต้องทำยังไง appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
ดูแลรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นาน ต้องทำอย่างไรบ้าง https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%a3?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2594%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a7%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25a3 Sat, 16 May 2020 01:12:46 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=11772 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จากที่พวกเราทุกคนประสบวิกฤติโควิด-19 ทำให้หลายคนต้องกักตัวอยู่แต่ในที่พักอาศัยของตัวเอง จึงเป็นเหตุทำให้เพื่อนๆ หลายคนที่โดยสารหรือขับขี่รถยนต์ทุกๆ วันนั้นก็ต้องพักเบรก งดขับรถยนต์ในช่วงนี้ จนต้องจอดทิ้งเอาไว้อยู่ที่โรงรถ แต่สำหรับรถยนต์ที่จอดไว้นานแบบนี้ อย่างในช่วงวิกฤติโควิด-19 จะส่งผลให้ตัวรถเกิ

The post ดูแลรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นาน ต้องทำอย่างไรบ้าง appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา จากที่พวกเราทุกคนประสบวิกฤติโควิด-19 ทำให้หลายคนต้องกักตัวอยู่แต่ในที่พักอาศัยของตัวเอง จึงเป็นเหตุทำให้เพื่อนๆ หลายคนที่โดยสารหรือขับขี่รถยนต์ทุกๆ วันนั้นก็ต้องพักเบรก งดขับรถยนต์ในช่วงนี้ จนต้องจอดทิ้งเอาไว้อยู่ที่โรงรถ
แต่สำหรับรถยนต์ที่จอดไว้นานแบบนี้ อย่างในช่วงวิกฤติโควิด-19 จะส่งผลให้ตัวรถเกิดปัญหาได้นะ กว่าจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ เราอาจจะต้องเข้าศูนย์ เสียค่าซ่อมหลายบาทอีกด้วย แต่ไม่ต้องกังวลไปนะ วันนี้เรามีเคล็ดลับดูแลรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นานมาฝากทุกคนกัน เพื่อให้รถยนต์สุดที่รักอยู่กับเราไปนานๆ ด้วย

1. ล้างรถให้สะอาด

จอดทิ้งไว้นาน
รถที่จอดทิ้งไว้นาน หรือไม่ได้นำออกไปใช้งานบ่อยๆ มักจะพบกับคราบฝุ่น รอยเปื้อนต่างๆ รวมถึงหากเราเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไว้ด้วย อาจจะมีเศษขนต่างๆ ติดอยู่ที่บริเวณรถ ดังนั้นเพื่อให้รถเราของพร้อมใช้งานอยู่เสมอ สามารถทำได้ด้วยการการหมั่นล้างรถ  จะช่วยให้รถยนต์สะอาด ใหม่เอี่ยม และพร้อมใช้งาน

2. จอดรถในที่ที่เหมาะสม

ตั้งแต่เดือนเมษายนต่อเนื่องมาถึงเดือนพฤษภาคม อุณหภูมิในประเทศไทยสูงถึง 45 องศา ดังนั้นการเลือกจอดรถในที่ที่เหมาะสม มีอากาศที่ถ่ายเท และไม่ร้อนจนเกินไป  จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถเรา แต่ก็ไม่ควรจอดรถอยู่ในที่รกร้าง เพราะอาจจะมีสัตว์เล็กๆ เช่น หนู หรืองู เข้าไปอาศัยอยู่ภายในรถของเรา

3. หาเวลาสตาร์ทรถ

ดูแลรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นาน
จอดรถไว้นาน หลายคนมักจะทิ้งระยะเวลาในการสตาร์ทรถ หรืออาจจะสตาร์ทรถแค่อาทิตย์ละครั้ง  แต่เพื่อความสบายใจ และเป็นการเพิ่มอายุการใช้งานของรถให้นานขึ้น
การหมั่นสตาร์ทรถบ่อยๆ สักสามวันต่อครั้งนั้นก็ถือว่าจำเป็นมากๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นเครื่องยนต์ และระบบต่างๆ ของรถให้ได้ทำงาน หรืออาจจะปล่อยทิ้งไว้ 10 นาที เพื่อให้ไฟเข้าแบตเตอรี่รถยนต์ จะช่วยป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพนั่นเอง
และสำคัญที่สุดสำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่กรมธรรม์ประกันรถยนต์ใกล้หมดอายุแล้ว หรือใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ประเภทที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด ก็สามารถเช็กเบี้ยผ่านช่องทางออนไลน์กันได้แล้ว ปลอดภัย และอุ่นในช่วงวิกฤติแบบนี้ด้วยนะ
ขอขอบคุณบทความดีๆ จาก www.masii.com
 
ประกันรถยนต์

The post ดูแลรถยนต์ที่จอดทิ้งไว้นาน ต้องทำอย่างไรบ้าง appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
กลิ่นเหม็นไหม้ตรงล้อ!? จากผ้าเบรกไหม้ แก้ไขยังไง https://www.bolttech.co.th/blog/%e0%b8%9c%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%89%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%82?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=%25e0%25b8%259c%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a1%25e0%25b9%2589%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b9%2589%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%2582 Sun, 10 Nov 2019 21:47:07 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=8694 นอกจาก Frank.co.th จะเป็นโบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ที่จัดจำหน่ายประกันรถยนต์และประกันอื่น ๆ แล้ว เรายังอยากเทคแคร์คุณมากกว่านั้น ด้วยเคล็ดลับดูแลรถยนต์ เทคนิคการสังเกตปัญหาผ้าเบรกไหม้ที่อาจจะเกิดกับระบบเบรกของรถยนต์ที่คุณต้องรู้ หากต้องขับรถขึ้นเขาหรือลงเขา เพียงแค่รู้เทคนิคขับรถขึ้นเขาลงเขาอย่างปลอดภัยยังไม่เพียงพอ เรา

The post กลิ่นเหม็นไหม้ตรงล้อ!? จากผ้าเบรกไหม้ แก้ไขยังไง appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
นอกจาก Frank.co.th จะเป็นโบรกเกอร์ประกันภัยออนไลน์ที่จัดจำหน่ายประกันรถยนต์และประกันอื่น ๆ แล้ว เรายังอยากเทคแคร์คุณมากกว่านั้น ด้วยเคล็ดลับดูแลรถยนต์ เทคนิคการสังเกตปัญหาผ้าเบรกไหม้ที่อาจจะเกิดกับระบบเบรกของรถยนต์ที่คุณต้องรู้ หากต้องขับรถขึ้นเขาหรือลงเขา เพียงแค่รู้เทคนิคขับรถขึ้นเขาลงเขาอย่างปลอดภัยยังไม่เพียงพอ เรายังต้องรู้วิธีรับมือผ้าเบรกไหม้ เพราะ “เบรก” เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญในการขับขี่ให้ปลอดภัยครับ เราจึงต้องใส่ใจดูแลให้ดี มาเข้าเรื่องผ้าเบรกไหม้กันดีกว่า  

เช็กอาการผ้าเบรกไหม้

  • เหยียบเบรคแล้วเบรคจม 
  • เกิดควันโขมงที่ล้อทั้งสองข้าง ควันกลิ่นเหม็น

“หยุดไม่อยู่แล้วหัวใจ”

หากดึงดันขับไปเรื่อย ๆ อาจจะเบรกไม่อยู่ ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมการขับขี่รถเร็วและชอบแตะเบรกกะทันหันอยู่บ่อย ๆ แตะเบรกลากยาววววว 
บ่อยครั้งเลยล่ะที่เราจะได้กลิ่นผ้าเบรกไหม้หรือเบรกจมเวลาขึ้น-ลงเขา โดยเฉพาะถนนที่มีโค้งเยอะ ๆ เนื่องจากมีความร้อนสะสมที่ผ้าเบรก น่ากลัวที่สุดคือเบรกจม เบรกไม่อยู่เพราะร้อนจัด ทำให้รถยนต์เสียหลักได้

เหตุที่ทำให้ผ้าเบรกไหม้

  • เพราะโชว์เฟอร์ไม่เซียนแตะเบรกแช่ยาวเกินไปทำให้เบรกไหม้ 
  • ไม่ค่อยได้เช็กระบบเบรกหรือเปลี่ยนน้ำมันเบรกตามระยะที่ควร
  • ไม่ใช่เกียร์ต่ำเวลาลงเขา ทำให้ต้องเบรกตลอดเวลา 

วิธีรับมือเหตุผ้าเบรกไหม้ 

จอดพักรถในที่ปลอดภัยประมาณ 20-30 นาที จนกว่าเบรกรถยนต์จะเย็นลง ห้ามราดน้ำนะครับ เพราะจะทำให้จานเบรกคด หากขับรถทางไกลควรพักรถเป็นระยะ ระหว่างขับจะแง้มกระจกไว้สักนิดก็ได้เผื่อได้กลิ่นไหม้ และควรเปลี่ยนผ้าใบเบรกตามระยะเวลาที่กำหนดทุก ๆ 25,000 กม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการขับขี่ของคุณด้วย หากขับบ่อย บรรทุกของหนัก ขับรถเร็ว แน่นอนว่าผ้าเบรกเสื่อมไวชัวร์ ๆ 
ทางที่ดีที่สุดหลีกเลี่ยงการเบรกตลอดเวลา ไม่เบรกแช่จะดีที่สุดครับ พร้อมกับนำรถยนต์ไปตรวจเช็กระบบเบรก ผ้าเบรก จานเบรก และน้ำมันเบรกให้เร็วที่สุด เช็กให้ครบนะครับเพื่อความปลอดภัยของคุณไงล่ะ และถ้าอยากเพิ่มความปลอดภัยขั้นสูงสุดอย่าลืมต่อพ.ร.บ.รถยนต์ และทำประกันรถยนต์ไว้ด้วยนะครับ 
Content by Butter Cutter

The post กลิ่นเหม็นไหม้ตรงล้อ!? จากผ้าเบรกไหม้ แก้ไขยังไง appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
อ่านดูคุณทำได้ ! 14 เคล็ดลับดูแลรถยนต์ https://www.bolttech.co.th/blog/14%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%b3%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b9%8c?utm_source=rss&utm_medium=rss&utm_campaign=14%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25b3%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a9%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%258c Sat, 19 Oct 2019 04:38:01 +0000 https://www.bolttech.co.th/blog?p=8471 กำลังจะสอบใบขับขี่ หรือกำลังหาวิธีการบำรุงรักษารถยนต์ บทความนี้ตอบคุณได้ครบเกือบหมดภายในไม่กี่นาทีรู้เลยต้องดูแลรถยนต์ยังไง

The post อ่านดูคุณทำได้ ! 14 เคล็ดลับดูแลรถยนต์ appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>
สวัสดีครับ! หากคุณกำลังมองหาเคล็ดลับการดูแลรถยนต์เบื้องต้น เพื่อใช้ติวข้อสอบใบขับขี่ในโหมดสอบบำรุงรักษารถยนต์ ซึ่งเราจะอธิบายโดยรวมเกี่ยวกับการดูแลรถยนต์ให้กับมือใหม่ หมายความว่า เราอาจจะไม่ได้บอกใบ้ข้อสอบใบขับขี่แบบตรง ๆ เสียทีเดียวนะครับผม และถ้าคุณพร้อมแล้ว! เรามาอ่านวิธีดูแลรถยนต์ 14 ข้อ เพื่อตรวจเช็กสภาพรถด้วยตัวเองให้ขับฉิ่ว-วิ่งฉลุยกันเถอะ

1. ใช้น้ำกลั่นเติมแบตเตอรี่เท่านั้น

วิธีดูแลรถยนต์ที่ถูกต้อง คุณจะต้องห้ามใช้น้ำดื่มหรือน้ำปะปาเติมเด็ดขาด เพราะน้ำดื่มทั่วไปมีแร่ธาตุเยอะทำให้แบตเตอรี่เสื่อมไวต้องเปลี่ยนบ่อย ๆ แนะนำให้เลือกน้ำกลั่นคุณภาพดีเป็นน้ำกลั่นบริสุทธิ์ใช้หน้าที่เป็นตัวนำไฟฟ้าภายในแบตเตอรี่ ห้ามใช้น้ำกรดเติมเด็ดขาด !!

เคล็ดลับดูแลรักษาแบตเตอรี่ของรถยนต์ 

  • เราจะต้องหมั่นตรวจสอบระดับน้ำกลั่น 
  • ควรเติมน้ำกลั่นอยู่ในระหว่างขีดกำหนดของแบตเตอรี่ไม่มากเกินไม่น้อยไป

วิธีเช็กว่าแบตเตอรี่อยู่ดีหรือไม่ ? ให้บีบแตรฟังเสียงก็ได้ว่า เสียงเป็นยังไง ปกติหรือเบาลง

ติวข้อสอบใบขับขี่ 

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ

2. ขั้วแบตเตอรี่ต้องดูแลให้ไม่มีคราบขี้เกลือ

สำหรับการดูแลรักษารถยนต์ เราก็อย่าลืมสังเกตว่ามีขี้เกลือขึ้นแบตเตอรี่หรือไม่ หากแบตเตอรี่ไม่สะอาดมีคราบขาว ๆ ซึ่งอาจเกิดจากขั้วแบตเตอรี่หลวม ชำรุด น้ำกลั่นล้น หรือเกิดจากการขัดตัวล็อกขั้วไม่แน่น รวมทั้งสายไฟเสื่อม ฯลฯ 
การบำรุงรักษารถยนต์ที่มีคราบขี้เกลือให้น้ำอุ่นราดบริเวณที่เป็นขี้เกลือ ค่อย ๆ ราดลงไปอย่างระมัดระวัง ใช้แปรงสีฟันขัด เตรียมผ้าแห้งมาเช็ดให้เนียนกริ้บ ห้ามทิ้งคราบน้ำเหลือ เพราะอาจจะทำให้เกิดสนิมได้!  ตามด้วยการทาจาระบีเคลือบ 
บทความที่เหมาะกับคุณ : ขี้เกลือขึ้นแบตเตอรี่ เพราะใช้รถเก่าจริงหรือ?

ติวข้อสอบใบขับขี่ 

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ

3. เราจะต้องหมั่นดูแลหม้อน้ำเป็นประจำ

เนื่องจากหม้อน้ำรถยนต์ช่วยระบายความร้อนเครื่องยนต์ และพัดลมหม้อน้ำมีหน้าที่ช่วยระบายความร้อนของหม้อน้ำเช่นกัน สำหรับการดูแลรถยนต์นั้น เราจะต้องเช็กว่าถังพักหม้อน้ำอยู่ระหว่างเกณฑ์สูง-ต่ำ (Full-Low) ที่กำหนดไว้หรือไม่? 
ส่วนใหญ่เราจะไม่ได้เติมกันบ่อย ๆ หรอกครับ หากเติมบ่อยเกินอาจจะแปลว่า “หม้อน้ำรั่ว หรือฝาหม้อน้ำมีปัญหาแล้วล่ะ”
ปกติแล้วการดูแลรถยนต์ส่วนหม้อน้ำ จะเน้นเป็นการเช็กคร่าว ๆ มากกว่า เช่น หม้อน้ำยุบหรือไม่ สภาพยังปกติอยู่ไหมหนอ รวมทั้ง ตรวจระดับน้ำในหม้อน้ำก่อนใช้งานทุกวันคือวิธีป้องกันไม่ให้เครื่องยนต์ร้อนจัด 

ข้อควรระวังเกี่ยวกับหม้อน้ำรถยนต์ร่วมด้วย 

  • เราไม่ควรเปิดฝาหม้อน้ำตอนเครื่องร้อนจัดหรือรถเพิ่งจอด เพราะน้ำร้อนอาจจะพุ่งขึ้นมาโดนเรามีอันตรายถึงชีวิต
  • และไม่ควรเติมน้ำในถังพักหม้อน้ำให้เต็มถัง เราต้องเผื่อพื้นที่ให้น้ำขยายตัวเมื่อเกิดความร้อนด้วย

ต้องรอด!! หากเครื่องรถร้อนจี๋ !

ถ้าขับรถอยู่ดีๆ เจอสัญญาณเตือนบนคอนโซลรถว่า “ความร้อนขึ้นสูงผิดปกติ ”  วิธีดูแลรถตอนเครื่องยนต์ร้อนจัด เราไม่ควรเอาน้ำราดลงที่เครื่องยนต์นะ ถ้าหากเครื่องยนต์เกิดความร้อนขึ้นทางออกที่ดีคือ

  • ตั้งสติ และปิดแอร์
  • หาที่จอดรถ ดับเครื่องยนต์ และจอดรถยนต์ในที่ปลอดภัย 
  • เปิดหน้าต่างรถยนต์
  • เปิดฝากระโปรงรถยนต์เพื่อระบายความร้อน 
  • จอดสักพักจนเครื่องยนต์เย็นลงค่อยเติมน้ำลงหม้อน้ำนะครับ 

ระหว่างรอคุณควรโทรหาหรือติดต่อช่างผู้เชี่ยวชาญเพื่อปรึกษา และขอความช่วยเหลือจะดีที่สุดหรือหนักมากจนเอาไม่อยู่ ควรนำส่งรถยนต์ให้ช่างตรวจเช็กสภาพรถทันที อย่าฝืนขับนะครับ หรือจะอ่านวิธีเอาตัวรอด!! เมื่อฝาหม้อน้ำรั่ว เติมความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการดูแลรักษารถยนต์ไว้ก่อนก็ได้

ติวข้อสอบใบขับขี่ 

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ

4. เช็กสภาพท่อยางหม้อน้ำบ้าง

ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยนะครับ หากท่อยางหม้อน้ำรั่วหรือมีปัญหาจะส่งผลต่อเครื่องยนต์โดยตรง วิธีการดูแลท่อยางหม้อน้ำรถยนต์ไม่ยากเลย ลองจับท่อยางรถยนต์บีบเช็กว่ายังยืดหยุ่นอยู่หรือไม่? ถ้าลองบีบ ๆ แล้วพบว่ายังยืดหยุ่นดี ไม่แข็งกรอบหมายความว่า ท่อยางหม้อน้ำยังใช้งานได้ดีอยู่นะ 

ติวข้อสอบใบขับขี่ 

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ

5. น้ำมันเครื่องอย่าปล่อยให้แห้งขอด 

อธิบายกันเจาะลึกเคล็ดลับการดูแลรถยนต์กันแล้ว มาเรียนรู้การบำรุงรักษารถยนต์ส่วนน้ำมันเครื่องกันบ้าง นอกจากนี้เราจะต้องเปลี่ยนทุกปีเป็นประจำ เรายังมีวิธีการตรวจสอบรถยนต์ตามนี้

วิธีการเช็กระดับน้ำมันเครื่อง

จอดรถที่ราบ เปิดฝากระโปรงรถยนต์ การตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องในเครื่องยนต์ที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดควรตรวจสอบหลังจากดับเครื่องอย่างน้อย 10-15 นาที

วิธีการเช็กง่าย ๆ

  • ดึงก้านน้ำขึ้นมา และเช็ดก้านวัดน้ำมันให้สะอาด (ห้ามใช้ผ้าหรือทิชชู่ที่เป็นขุย) เสียบกลับไปอีกครั้ง 
  • เสียบก้านน้ำมันกลับเข้าไป 
  • พร้อมกับดึงก้านน้ำมันขึ้นมาอีกครั้ง เช็กส่วนปลายของก้านวัดว่า น้ำมันยังอยู่ในระดับที่ควรจะเป็นระหว่างขีด F - L หรือ Max - Min ไม่มากเกินไม่น้อยไปครับ

พร้อมกันนี้ ยังมีวิธีการตรวจสอบน้ำมันเครื่องยนต์ตาเปล่า เช่น สีน้ำมันเปลี่ยนไปไหม ความหนืดเป็นอย่างไร มีสิ่งแปลกปลอมเจือปนไหม ไม่ต้องดมกลิ่นนะ เราควรดูแลรถยนต์เป็นประจำอย่างน้อย 1-2 ครั้ง/สัปดาห์

ติวข้อสอบใบขับขี่ 

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ

6. สายพานรถยนต์เปลี่ยนทุก ๆ 50,000 กิโลเมตร 

อ่านการดูแลรักษารถยนต์ถึงตรงนี้ คุณเริ่มรู้สึกเหนื่อยหรือยังครับ ? ฮืบ ๆ มา ๆ แฟรงค์จะเล่าแบบย่อไม่ยืดยาวกับการดูแลสายพานรถยนต์เราสามารถกดเช็กได้ด้วยการใช้นิ้วมือกดสายพานเบาๆ จะต้องไม่เปื่อย ไม่แตกลายงา อย่าปล่อยให้สายพานรถยนต์เสื่อมนะครับ หากเสื่อมจนขาดงานเข้าแน่ โดยปกติแล้วสายพานรถยนต์แต่ละเส้นจะมีอายุการใช้งาน 50,000 กิโลเมตร หรือใช้ 2-3 ปีก็ต้องเปลี่ยน

ติวข้อสอบใบขับขี่ 

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ

7. ไส้กรองอากาศรถต้องไม่ดำเกินไป 

มาถึงขั้นตอนการบำรุงรักษารถยนต์ดูแลไส้กรองอากาศรถยนต์ด้วยตัวเองฉบับพื้นฐาน สังเกตง่ายเลย ถ้าไส้กรองดำอุดตันจะทำให้รถยนต์เร่งไม่ขึ้น และน้ำมันเครื่องปนเปื้อน การเช็กต้องแกะมาดูครับ หากไส้กรองอากาศดำปี๋ นำมาเคาะ เป่าลมเบา ๆ ป้องกันแผ่นรองขาดปริ หรือถ้าดำเกิ๊นให้ช่างเปลี่ยนก็ดีนะ  

ติวข้อสอบใบขับขี่ 

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ
ประกันรถยนต์

8. ระบบเบรกและน้ำมันเบรกต้องดูแล

เพราะประกันรถยนต์ชั้น 1 คุ้มครองครบถ้วนก็จริงแต่ไม่ได้คุ้มครอง ส่วนของน้ำมันเบรกหรือระบบเบรกนะครับ ดังนั้น การดูแลรักษารถยนต์ดีที่สุด คือ เราควรเปลี่ยนน้ำมันเบรกทุกปี  ทั้งนี้ ข้อสังเกตคือสีน้ำมันเบรกคุณภาพต้องสีเหลืองใส ไม่ควรเป็นน้ำมันเบรกสีดำ 

ติวข้อสอบใบขับขี่ 

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ

9. หมั่นสังเกตหัวเทียนให้ดี

“ สงสัยหัวเทียนบอด ” (555+) ดักวัยได้พอสมควรเลยล่ะครับ ถ้าใครเก็ทประโยคที่แฟรงค์พูด เพราะเป็นโฆษณาเก่านานมาก ๆ ของน้ำมันเครื่องชื่อดัง มือใหม่หัดขับ เพิ่งเคยมีรถยนต์อาจจะสงสัยว่า “เราจะเช็กหัวเทียนยังไงล่ะ ?” 
หากไม่อยากแกะเครื่องยนต์ เพราะกลัวใส่กลับไม่ครบ (ฮ่า ฮ่า ฮ่า) ให้คุณเช็กจากอาการรถยนต์เป็นหลัก เช่น เครื่องยนต์สะดุด ดับเบา หรือเร่งไม่ค่อยขึ้น มีอาการสั่น ๆ แปลก ๆ กินน้ำมัน แน่นอนครับเป็นเพราะหัวเทียน

ติวข้อสอบใบขับขี่ 

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ

10. พวงมาลัยรถยนต์ต้องใช้งานได้ปกติ

หากพวงมาลัยไม่พริ้ว ขณะขับรถเมื่อรู้สึกว่าพวงมาลัยหนักกว่าปกติต้องออกแรงเลี้ยวมากขึ้น หรือควบคุมพวงมาลัยรถยนต์แล้วไม่เป็นอย่างใจ อาจมีสาเหตุจากระดับน้ำมันเพาเวอร์ต่ำกว่ากำหนดเป็นเพราะน้ำมันรั่วไหล ควรซ่อมแซมอย่างด่วน

ติวข้อสอบใบขับขี่

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ

11. ที่ปัดน้ำฝนเช็กบ่อย ปลอดภัยขึ้น

มาถึงวิธีดูแลรถยนต์อย่าง ที่ปัดน้ำฝนสิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้ามไป ทั้ง ๆ ที่เป็นอุปกรณ์สำคัญช่วยให้มองเห็นชัดเจนเวลาขับรถฝ่าฝน เราจะรู้ได้ยังไงล่ะว่า “ควรเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝนตอนไหน” ลองสังเกตตามที่ Frank เล่านะครับ

  • หากยางปัดน้ำฝนแข็งเกิน ไม่ยืดหยุ่น ควรเปลี่ยน
  • ที่ปัดน้ำฝนปัดไม่สะอาด มองไม่เห็น ควรเปลี่ยน
  • ใบปัดน้ำฝนเริ่มสร้างรอยขีดข่วนให้กับกระจก ควรเปลี่ยน
  • จอดรถตากแดดนาน ๆ จนกระทั่งยางปัดน้ำฝนละลาย ควรเปลี่ยน
  • ใบปัดฉีกขาด ควรเปลี่ยน
  • ระหว่างใช้งานปัดน้ำฝนมีเสียงดังตลอดเวลา ควรเปลี่ยน
  • ใช้งานนานเกิน 12 เดือน ควรเปลี่ยน

หากมีเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น จงดูแลรถยนต์ให้ดี และเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน เพื่อความปลอดภัยของชีวิตคุณดีกว่า

ติวข้อสอบใบขับขี่ 

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ

12. หน้าคอนโซลก็ต้องสังเกตทุกครั้ง

สัญญาณเตือนที่คอนซอลหน้ารถอันตรายไหม ตอบเลยว่า “เจอไฟสัญญาณสีแดงบนหน้าคอนโซลรถยนต์ต้องระวังครับ” เพราะรถยนต์แต่ละคันจะมีสัญญาณเตือนแบตเตอรี่, สัญญาณเตือนเบรกมือ, สัญญาณเตือนประตูปิดไม่สนิท, สัญญาณเตือนระดับน้ำมันเครื่อง, สัญญาณเตือนเครื่องยนต์ร้อน ฯลฯ หากสัญญาณนั้นเป็นสีแดง! หมายความว่าอาการหนักแล้วล่ะจงพารถไปซ่อม หากไฟสัญญาณนั้นเป็นสีเหลืองหรือส้ม แนะนำให้คุณดูแลรถยนต์เป็นประจำ ถ้าไม่อยากเปย์ค่าซ่อมหนักๆ

ติวข้อสอบใบขับขี่

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ

13. เสียงไฟเลี้ยวผิดปกติหรือไม่

สัญชาตญาณล้วน ๆ ครับ หมั่นเช็กเสียงไฟเลี้ยว เสียงไฟฉุกเฉิน และเสียงไฟถอยหากผิดปกติจาก “ติ๊ก ต๊อกๆ”  กลายเป็นเสียงดังรัว หรือเสียงดีเลย์ช้าหน่วง ๆ และถ้าไม่มีเสียงเลย อาจจะเป็นเพราะว่าแผงวงจรไฟเรือนไมล์หลุด แนะนำสังเกตให้ดีก่อนที่ไฟเลี้ยวจะหายไปนะ

ติวข้อสอบใบขับขี่ 

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ

14. ตรวจแรงดันลมยางทุกสัปดาห์

อย่างที่แฟรงค์เคยบอก ตรวจยางรถยนต์เหมือนไปหาหมอฟัน เนื่องจากยางรถยนต์เป็นอะไหล่สำคัญที่ใช้ขับเคลื่อน เพราะยางมีหน้าที่ยึดเกาะถนนไม่ให้ลื่นไถล ส่วนวิธีดูแลรถยนต์ทำง่าย ๆ ดังนี้ครับ 

  • สลับยางหน้าหลังทุก 10,000 กิโลเมตร 
  • เติมลมตามคู่มือของรถยนต์แต่ละคัน 
  • ควรเติมลมยางในขณะที่ยางยังเย็นอยู่
  • ตรวจสอบลมยางทุกสัปดาห์
  • ปิดฝาจุ๊บลมยางทุกครั้ง เพื่อป้องกันลมรั่วซึมและป้องกันสิ่งสกปรกต่าง ๆ

ทั้งนี้ การดูแลรักษายางรถยนต์ยังมีข้อควรระวังที่ต้องรู้ เช่น

  • ใช้ยางเล็กไปก็รับน้ำหนักได้น้อยลง 
  • ใช้ยางใหญ่เกินก็เปลืองน้ำมัน
  • เติมลมยางเยอะเกินก็ทำให้ตรงกลางยางสึกหรอ
  • เติมลมยางน้อยไปก็ทำให้ดอกยางด้านข้างเสื่อม
  • ลมยางล้อซ้ายหน้าด้านอ่อนเวลาขับรถพวงมาลัยจะหนักด้านซ้าย เช่นเดียวกันลมยางล้อขวาด้านหน้าอ่อนจะทำให้พวงมาลัยหนักขวา สรุปง่าย ๆ ยางหน้าด้านไหนอ่อน พวงมาลัยจะเทไปทางนั้นครับ

ติวข้อสอบใบขับขี่ 

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้

หมายเหตุ : ตัวเลือก ก - ง อาจจะเปลี่ยนแปลง แนะนำให้จำคำตอบก็พอนะครับ

อ่านดูคุณทำได้ ! วิธีการบำรุงรักษารถยนต์ 14 ข้อทำครบยืดอายุรถได้
เป็นไงบ้างครับ ได้รับความรู้เกี่ยวกับการบำรุงรักษารถยนต์และเคล็ดลับดูแลรถยนต์กันแบบจัดหนักจัดเต็มเลยใช่ไหมล่ะ ?!

สรุปว่า...

หากเช็กเครื่องยนต์แล้วเจอจุดไหนเสื่อม หรือมีปัญหาควรนำรถเข้าซ่อมทันที อย่าปล่อยทิ้งไว้!! เพราะนอกจากเราจะเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรถรักษารถยนต์แล้ว ยังเสี่ยงจ่ายค่าซ่อมรถยนต์มากขึ้นด้วย หรือถ้าสนใจประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือชั้นไหน ๆ ที่ Frank.co.th มีให้เลือกครบครัน 
ขอบคุณข้อมูลจาก : dlt.go.th, ข้อสอบใบขับขี่รถยนต์ รถจักรยานยนต์พร้อมเฉลย ปี 2562 
Content by Butter Cutter

The post อ่านดูคุณทำได้ ! 14 เคล็ดลับดูแลรถยนต์ appeared first on Bolttech Blog - News & Updates.

]]>